“ฝรั่งเศส-อังกฤษ” นำทีมตั้งภารกิจปกป้องฮอร์มุซ

ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นจุดร้อนของโลก “ฝรั่งเศส-อังกฤษ” นำทีมตั้งภารกิจพหุภาคี ปกป้องเสรีภาพเดินเรือในฮอร์มุซ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจ วันนี้เราจะมาพูดคุยกันแบบเป็นกันเองเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ามันสำคัญยังไง และมีผลกระทบอะไรบ้างต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยของเราด้วย

“ฝรั่งเศส-อังกฤษ” นำทีมตั้งภารกิจพหุภาคี ปกป้องเสรีภาพเดินเรือในฮอร์มุซ

จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศเมื่อวันที่ 18 เมษายน จากกรุงปารีส ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส และเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ อังกฤษ ได้ร่วมเป็นประธานประชุมทางไกลกับผู้นำจากอีก 49 ประเทศทั่วยุโรปและเอเชีย เพื่อหารือเรื่องภารกิจปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญยิ่ง สหรัฐอเมริกาและอิหร่านไม่ได้ส่งผู้แทนมาร่วม ซึ่งทำให้การประชุมนี้เน้นไปที่กลุ่มพันธมิตรยุโรปและเอเชียเป็นหลัก

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยผ่านน้ำมันดิบราว 20-30% ของการค้าทั่วโลก หากเกิดปัญหาขึ้นจะส่งผลกระทบหนักต่อราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ล่าสุดมีปัญหาทุ่นระเบิดและความขัดแย้งที่ทำให้การเดินเรือหยุดชะงัก ดังนั้นการเคลื่อนไหวของ “ฝรั่งเศส-อังกฤษ” นำทีมตั้งภารกิจพหุภาคี ปกป้องเสรีภาพเดินเรือในฮอร์มุซ จึงเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น

แถลงการณ์สำคัญ 3 ประการจากที่ประชุม

ที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน 3 ข้อหลัก ซึ่งเป็นแนวทางชัดเจนในการแก้ปัญหา

  • ประการแรก: เรียกร้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีการจำกัดหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียม สิทธิในการสัญจรผ่านอย่างเสรีถือเป็นพื้นฐานของการค้าสากล หากปิดกั้นจะกระทบเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
  • ประการที่สอง: สนับสนุนการทำงานขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เพื่อความปลอดภัยของลูกเรือและเรือทุกประเภท จะประสานงานกับอุตสาหกรรมขนส่งทางเรือ บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เรือกลับมาวิ่งได้เร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น
  • ประการที่สาม: ฝรั่งเศสและอังกฤษนำเป็นแกนหลักในการตั้งภารกิจพหุภาคีที่เป็นอิสระ โดยมุ่งเน้นการป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด ปกป้องเรือพาณิชย์ สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการ และดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดทันทีหลังข้อตกลงหยุดยิงยั่งยืน

ภารกิจนี้ไม่ใช่การรบ แต่เป็นการปกป้องเสรีภาพเดินเรือในฮอร์มุซแบบพหุภาคีที่แท้จริง โดยไม่พึ่งพาประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายอำนาจในเวทีโลกยุคใหม่

ทำไมช่องแคบฮอร์มุซถึงสำคัญขนาดนี้?

ช่องแคบฮอร์มุซเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน กว้างเพียง 33 กม. แต่ขนส่งน้ำมันกว่า 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 1 ใน 5 ของน้ำมันโลก หากปิดตัวลง ราคาน้ำมันจะพุ่งสูง ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งตาม ประเทศไทยเราก็ได้รับผลกระทบ เพราะนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ผ่านเส้นทางนี้ สินค้าอุปโภคบริโภคราคาจะแพงขึ้นทันที

ประวัติศาสตร์เคยเกิดวิกฤตมาแล้ว เช่น สงครามอิหร่าน-อิรักปี 1980s ที่เรียกว่า "Tanker War" ทำให้เรือถูกโจมตีบ่อยครั้ง สถานการณ์ปัจจุบันคล้ายกัน หลังจากข้อพิพาทระหว่างอิสราเอล-ฮามาสลุกลามมาถึง ทำให้อิหร่านวางทุ่นและข่มขู่เรือต่างชาติ การที่ “ฝรั่งเศส-อังกฤษ” นำทีมตั้งภารกิจพหุภาคีจึงเป็นการตอบโต้ที่ชาญฉลาด

ผลกระทบต่อไทยและมุมมองอนาคต

สำหรับประเทศไทย การฟื้นเสรีภาพเดินเรือในฮอร์มุซหมายถึงราคาน้ำมันที่เสถียรขึ้น ส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม รัฐบาลไทยควรติดตามและอาจเข้าร่วมพันธมิตรนี้เพื่อปกป้องผลประโยชน์

ในมุมมองของผม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงช่วยปกป้องเส้นทางการค้า แต่ยังเป็นตัวอย่างของความร่วมมือพหุภาคีที่แท้จริงในยุคที่มหาอำนาจแบ่งขั้ว หากสำเร็จจะเป็นต้นแบบให้ภูมิภาคอื่นๆ อย่างทะเลจีนใต้ได้ คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย

เรียกร้องให้ติดตามข่าวสารต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญที่กระทบชีวิตประจำวันของคุณ!

ที่มา – “ฝรั่งเศส-อังกฤษ” นำทีมตั้งภารกิจพหุภาคี ปกป้องเสรีภาพเดินเรือในฮอร์มุซ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *