พรรคประชาชนรับหนังสือ จี้รัฐทบทวนกฎหมายคุมปืน
ประเด็นกฎหมายควบคุมอาวุธปืนกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังพรรคประชาชนรับหนังสือจากตัวแทนสมาคมผู้ครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมายประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้รัฐบาลทบทวนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมอาวุธปืน โดยทั้งสองสมาคมมองว่า มาตรการบางส่วนอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 69 ที่รัฐสภา โดยมีนายกรุณพล เทียนสุวรรณ นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ และนายวิทวัส ติชะวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน เป็นผู้รับหนังสือ ข้อเรียกร้องสำคัญคือการขอให้ฝ่ายบริหารเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายก่อนเดินหน้ามาตรการแก้ไขกฎหมายอาวุธปืน
พรรคประชาชนรับหนังสือ จี้รัฐทบทวนกฎหมายคุมปืน
ตัวแทนสมาคมผู้ครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมายประเทศไทยระบุว่า สมาชิกทั่วประเทศกว่า 100,000 คนกำลังได้รับผลกระทบจากมติคณะรัฐมนตรีที่ระงับการออกใบอนุญาต ป.3 โดยไม่มีกำหนด มาตรการดังกล่าวดำเนินมาแล้วนานกว่า 3 เดือน ทำให้ประชาชนไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับอาวุธปืนตามขั้นตอนปกติได้
ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่การไม่สามารถโอนอาวุธปืนเป็นมรดกจากพ่อแม่สู่ลูก การติดขัดในการซื้อขายของร้านค้าที่ได้รับอนุญาต ไปจนถึงการที่ประชาชนซึ่งต้องการครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกต้องไม่สามารถยื่นเรื่องตามกระบวนการได้ สมาคมจึงกังวลว่า การใช้มาตรการที่เข้มงวดกับผู้ปฏิบัติตามกฎหมาย อาจทำให้เกิดปัญหามากกว่าการแก้ไขปัญหา
เหตุผลที่สมาคมขอให้ทบทวนกฎหมายคุมปืน
สมาคมเสนอว่า รัฐบาลควรแยกแยะระหว่างผู้ครอบครองอาวุธปืนที่มีใบอนุญาตกับกลุ่มผู้ครอบครองปืนเถื่อนให้ชัดเจน เพราะปัญหาอาชญากรรมส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียนหรืออาวุธปืนที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายจึงควรเน้นการปราบปรามแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย และเครือข่ายลักลอบนำเข้า มากกว่าการจำกัดสิทธิของผู้ที่ดำเนินการตามกฎหมาย
นอกจากนี้ สมาคมยังเห็นด้วยกับแนวทางการอบรมความรู้และความรับผิดชอบในการใช้อาวุธปืน หากการอบรมมีมาตรฐานชัดเจนและช่วยลดความเสี่ยงได้จริง อย่างไรก็ตาม การระงับใบอนุญาตเป็นเวลานาน รวมถึงการกำหนดค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงเกินไป อาจสร้างภาระให้ประชาชนและทำให้ผู้ประกอบการสุจริตไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้
ผลกระทบต่อร้านค้าและธุรกิจอาวุธปืน
ในฝั่งผู้ประกอบการ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจอาวุธปืนแห่งประเทศไทยระบุว่า ร้านค้าอาวุธปืนถูกกฎหมายต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่รุนแรง หลังถูกห้ามนำเข้าอาวุธปืนเพื่อจำหน่ายต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 3 ปี สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายร้านขาดสภาพคล่อง ต้องลดจำนวนพนักงาน หรือยุติกิจการลง
ผู้ประกอบการยืนยันว่า ธุรกิจที่มีใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบหลายขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การบันทึกข้อมูลสินค้า ไปจนถึงการตรวจสอบผู้ซื้อ ดังนั้น หากรัฐต้องการยกระดับความปลอดภัย ก็ควรหารือกับผู้ประกอบการเพื่อออกแบบมาตรการที่เหมาะสม ไม่ใช่ใช้ข้อจำกัดแบบเดียวกับทุกกลุ่มจนทำให้ธุรกิจที่สุจริตได้รับความเสียหาย
- ทบทวนการระงับการออกใบอนุญาต ป.3 ให้มีกรอบเวลาและหลักเกณฑ์ชัดเจน
- กำหนดค่าธรรมเนียมอย่างเหมาะสม ไม่สร้างภาระเกินความจำเป็น
- เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน สมาคมวิชาชีพ และผู้ประกอบการ
- เร่งปราบปรามปืนเถื่อนและช่องทางจำหน่ายอาวุธผิดกฎหมาย
- ส่งเสริมการอบรมและการใช้อาวุธปืนอย่างรับผิดชอบ
พรรคประชาชนเสนอทางออกผ่านกรรมาธิการ
นายปารเมศกล่าวถึงข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า กว่า 84% ของคดีอาชญากรรมที่ใช้อาวุธปืนเกี่ยวข้องกับปืนไม่มีทะเบียนหรือปืนเถื่อน ขณะเดียวกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังพบการลักลอบจำหน่ายปืนดัดแปลงและปืนไทยประดิษฐ์ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยบางรายการมีราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นต้น ๆ และไม่มีการตรวจสอบประวัติผู้ซื้ออย่างเพียงพอ
จากข้อมูลดังกล่าว พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลควรใช้นโยบายให้ตรงกับต้นเหตุ โดยมุ่งกวาดล้างอาวุธปืนผิดกฎหมายและเครือข่ายยาเสพติด ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบผู้ซื้อและผู้ครอบครองที่มีประสิทธิภาพ การดำเนินงานเช่นนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย โดยไม่ทำให้ประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมายต้องรับผลกระทบเกินสมควร
นายวิทวัสกล่าวว่า พรรคประชาชนพร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างประชาชน ผู้ประกอบการ และฝ่ายบริหาร โดยเสนอให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายอย่างรอบด้าน คณะกรรมาธิการควรเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเสนอข้อมูล เพื่อให้กฎหมายมีความสมดุลและสามารถบังคับใช้ได้จริง
ประเด็นนี้สะท้อนว่า การออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งความปลอดภัยของสังคมและสิทธิของประชาชน การปราบปรามปืนเถื่อนควรเดินหน้าอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ผู้ครอบครองและผู้ประกอบการที่ทำตามกฎหมายก็ควรได้รับความชัดเจนและความเป็นธรรม หากรัฐบาลเปิดรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน ก็จะช่วยให้การแก้ไขกฎหมายมีประสิทธิภาพและได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากขึ้น
สำหรับประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ ควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่อง เพราะรายละเอียดของร่างกฎหมายและหลักเกณฑ์ใบอนุญาตอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ความเห็นจากทุกฝ่ายจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้กฎหมายคุมปืนสร้างความปลอดภัย โดยไม่กระทบสิทธิของผู้สุจริตเกินความจำเป็น
ที่มา – พรรคประชาชนรับหนังสือสมาคมอาวุธปืน จี้รัฐทบทวนร่างกฎหมายคุมปืน