พรรคประชาชนแนะรัฐรวมระบบ ข้อมูลบุคคลกลางป้องกันรั่วไหล
ปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากหน่วยงานภาครัฐกลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด พรรคประชาชนแนะรัฐรวมระบบ ข้อมูลบุคคลกลางป้องกันรั่วไหล โดยมองว่าสาเหตุสำคัญเกิดจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของไทยที่กระจัดกระจายและขาดมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย
พรรคประชาชนแนะรัฐรวมระบบ ข้อมูลบุคคลกลางป้องกันรั่วไหล
ทีมงานจากพรรคประชาชนประกอบด้วย นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์, นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ และนายธีระชาติ ก่อตระกูล ได้ร่วมกันแถลงถึงความเสี่ยงที่ข้อมูลยืนยันตัวตนหลุดออกไป ซึ่งเกิดจากการใช้ระบบเก่าที่ไร้การกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงที่รัดกุม ทำให้พนักงานระดับปฏิบัติการอาจเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้เท่ากับผู้บริหาร นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ พรรคประชาชนแนะรัฐรวมระบบ ข้อมูลบุคคลกลางป้องกันรั่วไหล เพื่อลดโอกาสการถูกแฮ็กจากรหัสผ่านที่เดาง่ายหรือการแบ่งปันรหัสใช้งาน
ข้อเสนอ 5 แนวทางเร่งด่วนและระยะยาว
- รีเซ็ตรหัสผ่านทันที: หน่วยงานที่พบความเสี่ยงควรบังคับให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมดทันที
- ยกระดับมาตรฐานกลาง: กระทรวงดีอีควรทำมาตรฐานกลางในการบริหารจัดการตัวตนให้เป็นระบบเดียวทั้งประเทศ
- ใช้งาน MFA: เปลี่ยนจากการใช้เพียงรหัสผ่าน มาเป็นระบบยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) เช่น OTP หรือแอปยืนยันตัวตน
- ใช้ ThaID แทนข้อมูลอ่อนไหว: ลดการเก็บข้อมูลบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ โดยหันไปใช้ระบบกลางอย่าง ThaID แทน
- ระบบ Log และ Bug Bounty: จัดเก็บประวัติการเข้าใช้งาน (Log) ที่แก้ไขไม่ได้ และจัดตั้งโครงการรางวัลให้ผู้ที่พบช่องโหว่ (Bug Bounty) เพื่อดึงความร่วมมือจากนักวิจัยไซเบอร์
นายภาวุธได้เน้นย้ำว่า การมีระบบ Log ที่ปลอดภัยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจสอบย้อนหลัง หากรัฐบาลสามารถนำแนวทางทั้ง 5 ประการนี้ไปปรับใช้ได้จริง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและลดปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปดิจิทัลไทยในยุคปัจจุบัน
หากเราต้องการเห็นระบบราชการที่ปลอดภัยและไร้รอยรั่ว รัฐบาลต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงและยอมรับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกผ่านกลไกรางวัลนำจับช่องโหว่ เพราะความปลอดภัยของข้อมูลประชาชนคือหัวใจสำคัญของการบริการภาครัฐยุคใหม่