พรรคส้มจับมือประชาธิปัตย์เบรกพ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน
ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทายจากวิกฤติพลังงานและสงครามโลก ‘พรรคส้ม’ เล็งจับมือ ‘ประชาธิปัตย์’ ร้องศาลรัฐธรรมนูญเบรกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ก.กู้เงินจำนวนมหาศาลนี้เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤติพลังงานและเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศ
‘พรรคส้ม’ เล็งจับมือ ‘ประชาธิปัตย์’ ร้องศาลรัฐธรรมนูญเบรกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน หรือที่รู้จักในชื่อ ‘พรรคส้ม’ ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่รัฐสภา หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) โดยวิจารณ์มติ ครม. เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท รัฐบาลมุ่งเน้นเยียวยาแบบหว่านแห เช่น โครงการคนละครึ่ง โดยใช้เงิน 200,000 ล้านบาท แต่ละเลยกลุ่มประชาชนที่เดือดร้อนจริง ทำให้เกิดปัญหาคนเดือดร้อนไม่ได้รับการช่วยเหลือ ขณะที่คนไม่เดือดร้อนกลับได้ประโยชน์
นอกจากนี้ โครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ยังใช้เงินเกือบหมดภายใน 4 เดือน ถ้าวิกฤติพลังงานยืดเยื้อ รัฐบาลจะรับมืออย่างไร? น.ส.ศิริกัญญา ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลอาจมองว่าวิกฤติจะจบเร็ว แต่การกู้ครั้งนี้อาจเป็นรอบสุดท้ายเพราะสถานการณ์การคลังตึงตัว
ข้อกังวลเรื่องแผนเปลี่ยนผ่านพลังงาน 200,000 ล้านบาท
ส่วนอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจและพลังงาน พรรคส้มมองว่าไม่เร่งด่วน ควรออกเป็น พ.ร.บ. แทน พ.ร.ก. เพื่อให้สภาฯ ตรวจสอบได้ชัดเจน รัฐบาลควรรีบทำรายละเอียดโครงการแล้วเสนอสภา ซึ่งน่าจะผ่านภายใน 3 เดือน โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามถึงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.ศิริกัญญา ยืนยันว่ากำลังปรึกษาภายในพรรค และทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์จะขอเสียง ส.ส. ร่วมยื่น แต่ต้องดูคำร้องก่อนเพื่อให้ตรงกันทุกประเด็น การอภิปรายในสภาวันที่ 14 พ.ค. พรรคส้มพร้อมเต็มที่ หากยื่นศาลจะชะลอร่าง พ.ร.ก. นี้ได้ตามกฎหมาย
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เน้นย้ำว่าการกู้ต้องไม่ใช่หว่านแหหรือตีเช็คเปล่า ต้องมีแผนใช้จ่ายและชำระหนี้ชัดเจน แนะนำให้แยกมาตรการเยียวยากับการลงทุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน และหากรัฐบาลทำตรงไปตรงมา สิ่งที่เร่งด่วนออก พ.ร.ก. ไม่เร่งด่วนออก พ.ร.บ. ก็ไม่ต้องถกเถียง
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงความกังวลการใช้เงิน 200,000 ล้านบาทภายใน 4 เดือน อาจเป็นการเร่งเพื่อคะแนนนิยมมากกว่าเตรียมรับมือสงครามจริง หากประเมินผิดพลาดจะเพิ่มหนี้สินในอนาคต
- ปัญหาการเยียวยาแบบหว่านแห ไม่คัดกรองกลุ่มเป้าหมาย
- การใช้เงินหมดเร็วภายใน 4 เดือน โดยไม่วางแผนยั่งยืน
- การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เร่งด่วน ควรเป็น พ.ร.บ.
- เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญในการออก พ.ร.ก.
ประเด็นเหล่านี้ทำให้ ‘พรรคส้ม’ เล็งจับมือ ‘ประชาธิปัตย์’ ร้องศาลรัฐธรรมนูญเบรกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความโปร่งใสให้ประชาชน
จากมุมมองของผู้เขียน การกู้เงินจำนวนมากในภาวะวิกฤติต้องระมัดระวังสูงสุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระรุ่นหลัง ประชาชนควรติดตามการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทย คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงมือคนอื่นๆ
ที่มา – ‘พรรคส้ม’ เล็งจับมือ ‘ประชาธิปัตย์’ ร้องศาลรัฐธรรมนูญเบรกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน