พศ.พบต้นทางคลิปตัดต่อ ‘สมเด็จพระสังฆราช’ จากคีร์กีซสถาน

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ปัญหาคลิปวิดีโอปลอมที่เรียกว่า Deepfake กำลังกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อสังคม โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้หลอกลวงหรือแสวงหาผลประโยชน์ ล่าสุดเกิดกรณีที่สร้างความตกใจให้กับพุทธศาสนิกชนชาวไทย เมื่อมีคลิปวิดีโอที่ตัดต่อพระรูปและพระสุรเสียงของ สมเด็จพระสังฆราช เพื่อการทุจริตและค้าขาย สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระวังไว้แล้ว

พศ.พบต้นทางคลิปวิดีโอตัดต่อพระรูป-พระสุรเสียง ‘สมเด็จพระสังฆราช’ มาจากคีร์กีซสถาน

ตามรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้อัปเดตความคืบหน้าของกรณีนี้ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายทันที ข้อเท็จจริงที่พบคือ พศ.พบต้นทางคลิปวิดีโอตัดต่อพระรูป-พระสุรเสียง ‘สมเด็จพระสังฆราช’ มาจากคีร์กีซสถาน ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียกลาง นี่แสดงให้เห็นว่าอาชญากรรมไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในไทย แต่ข้ามพรมแดนได้ง่ายดาย

พศ. และสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังได้ประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมให้ลบคลิปดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว ทำให้คลิปปลอมนี้ถูกกำจัดไปบางส่วน แต่ประชาชนยังต้องระวังแหล่งอื่นๆ ต่อไป

พศ.พบต้นทางคลิปวิดีโอตัดต่อพระรูป-พระสุรเสียง ‘สมเด็จพระสังฆราช’ มาจากคีร์กีซสถาน: รายละเอียดเพิ่มเติม

คลิปวิดีโอนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี Deepfake ที่เลียนแบบพระรูปและพระสุรเสียงของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้อย่างสมจริง เพื่อหลอกให้ผู้คนเชื่อและอาจนำไปสู่การบริจาคหรือซื้อขายของที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา การค้นพบต้นตอจากคีร์กีซสถานเกิดจากการตรวจสอบเส้นทาง IP และแหล่งอัปโหลด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนโดยหน่วยงานไทย

Deepfake คืออะไร และทำไมถึงอันตราย

Deepfake คือเทคโนโลยีที่ใช้ AI สร้างวิดีโอหรือเสียงปลอม โดยฝึกโมเดลให้เลียนแบบบุคคลจริงได้ใกล้เคียงมาก อันตรายของมันไม่ใช่แค่หลอกลวง แต่ยังทำลายชื่อเสียง สร้างความแตกแยกในสังคม และในกรณีนี้ กระทบต่อสถาบันพระพุทธศาสนาโดยตรง ทั่วโลกมีตัวอย่างมากมาย เช่น คลิปปลอมของนักการเมืองหรือคนดังที่นำไปสู่ข่าวลือ

  • ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าคลิปมาจากเว็บไซต์หรือช่องทางที่น่าเชื่อถือหรือไม่
  • สังเกตความผิดปกติ: ใบหน้าไม่ตรงกัน เสียงไม่ชัด หรือการเคลื่อนไหวยึดติด
  • ใช้เครื่องมือตรวจ: แอปอย่าง Deepware หรือ Hive Moderation
  • ยืนยันจากแหล่ง官方: ตรวจสอบประกาศจาก พศ. หรือวัดหลัก
  • ไม่แชร์ทันที: รอการยืนยันก่อนเผยแพร่

นอกจากกรณีนี้ ยังมีข่าว Deepfake ในไทยอื่นๆ เช่น คลิปปลอมนักการเมืองหรือดารา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราต้องเพิ่มการศึกษาและกฎหมายเกี่ยวกับ AI ปลอม

บทบาทของหน่วยงานรัฐในการปราบปราม

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีบทบาทสำคัญในการลบเนื้อหาปลอม ขณะที่ตำรวจไซเบอร์กำลังติดตามผู้กระทำผิดข้ามชาติ การประสานงานระหว่างประเทศจะเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะกับคีร์กีซสถาน พศ. ยังวางแผนรณรงค์ให้ความรู้แก่พระสงฆ์และชาวบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

จากมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าพุทธศาสนิกชนต้องมีสติในการรับข้อมูล โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ยุคดิจิทัลทำให้ข่าวปลอมแพร่กระจายเร็ว แต่การตรวจสอบก็ทำได้ไม่ยาก หากเราร่วมมือกัน

เชิญชวนทุกท่าน: แชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ และติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาและสังคมไทยให้บริสุทธิ์จาก Deepfake

ที่มา – พศ.พบต้นทางคลิปวิดีโอตัดต่อพระรูป-พระสุรเสียง ‘สมเด็จพระสังฆราช’ มาจากคีร์กีซสถาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *