พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน แหล่งพลังงานสะอาด

กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมมือกันอย่างเป็นทางการในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน ซึ่งถือเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สำคัญสำหรับอนาคตของประเทศ หลังจากนายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงนามบันทึกข้อตกลง 3 ฉบับกับ กฟผ. เพื่อต่อยอดการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งด้านการเกษตร การอุปโภค และพลังงานไฟฟ้า

พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน แหล่งพลังงานสะอาด

โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานนี้ ใช้ประโยชน์จากน้ำที่ระบายจากเขื่อนตามแผนชลประทานอยู่แล้ว มาผลิตกระแสไฟฟ้า โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนใหม่ ส่งผลให้เกิดพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และช่วยบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โครงการแรกครอบคลุมเขื่อนลำปาว (กาฬสินธุ์) เขื่อนลำตะคอง (นครราชสีมา) เขื่อนกระเสียว (สุพรรณบุรี) และเขื่อนห้วยแม่ท้อ (ตาก) ซึ่งได้รับอนุมัติหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อ 18 มิถุนายน 2567

ประโยชน์ของการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน

นอกจากโครงการใหม่แล้ว ยังมีโครงการที่มีอยู่ เช่น เขื่อนแก่งกระจาน (เพชรบุรี) และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล (เชียงใหม่) ที่ช่วยผลิตไฟฟ้าปีละกว่า 98 ล้านหน่วย ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 63,000 ตันต่อปี ปัจจุบัน กฟผ. มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทานทั้งสิ้น 16 แห่ง ผลิตไฟฟ้าได้กว่า 660 ล้านหน่วยต่อปี ลดคาร์บอนกว่า 360,000 ตัน สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero Emissions ของไทย

  • โครงการเขื่อนลำปาว ลำตะคอง กระเสียว ห้วยแม่ท้อ: ผลิตไฟฟ้า 39 ล้านหน่วย/ปี ลดคาร์บอน 15,000 ตัน/ปี
  • เขื่อนแก่งกระจาน: 70 ล้านหน่วย/ปี ลดคาร์บอน 50,000 ตัน/ปี
  • เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล: 28.75 ล้านหน่วย/ปี ลดคาร์บอน 13,000 ตัน/ปี

การร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มมูลค่าพลังงาน แต่ยังรวมถึงการวิจัยพัฒนาการบริหารจัดการน้ำ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และนวัตกรรม เพื่อความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. เน้นย้ำว่าพลังงานน้ำเป็นทางเลือกยั่งยืน ต้นทุนต่ำ และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า

บทบาทกรมชลประทานในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน

กรมชลประทานมีหน้าที่หลักในการวางแผน จัดสรรน้ำเพื่อเกษตรกร ชุมชน และระบบนิเวศ ป้องกันน้ำท่วมและภัยแล้ง การนำน้ำเหล่านั้นมาผลิตไฟฟ้าจึงเป็นการบูรณาการที่ชาญฉลาด โดยทั้งสองหน่วยงานจะแบ่งปันข้อมูลเชิงเทคนิค พัฒนาระบบฐานข้อมูลร่วม และวิจัยเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รวดเร็ว

พลังงานน้ำจากเขื่อนชลประทานไม่เพียงช่วยลดค่าไฟฟ้า แต่ยังส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว สร้างรายได้ให้ชุมชนรอบเขื่อน และลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ในยุคที่โลกหันสู่พลังงานหมุนเวียน โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานข้ามหน่วยงาน

สุดท้าย การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน จะเป็นก้าวสำคัญสู่สังคมคาร์บอนต่ำ หากเราสนับสนุนและลงทุนต่อเนื่อง ประเทศไทยจะบรรลุเป้าหมายพลังงานสะอาดได้แน่นอน สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารพลังงานยั่งยืนจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้เลย

ที่มา – พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน แหล่งพลังงานสะอาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *