พาณิชย์ยืนยันสินค้าไม่ขาดแคลน รับมือกระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง
การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่หลายพื้นที่อาจเผชิญน้ำท่วม ฝนตกหนัก หรือเหตุฉุกเฉินที่ทำให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าหยุดชะงัก หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการจัดเตรียม กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง เพื่อให้แต่ละครอบครัวมีสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงแรกของเหตุการณ์
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมดูแลห่วงโซ่อุปทานและการกระจายสินค้า เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาสินค้าขาดแคลนในช่วงที่มีการเตรียม กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง โดยจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ผลิต ศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงห้างค้าส่งและค้าปลีกทั่วประเทศ
กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง กับแผนดูแลสินค้าของพาณิชย์
กระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ดูแลภาพรวมตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันส่วนกลางจะเข้าไปบริหารจัดการเรื่องห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สินค้าจำเป็นสามารถเดินทางไปถึงประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง
แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการตรวจสอบปริมาณสินค้าในคลัง การวางแผนเส้นทางขนส่ง และการเพิ่มรอบรถขนส่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หากพื้นที่ใดมีความต้องการสินค้าสูง ก็สามารถเพิ่มจำนวนเที่ยวรถ เพิ่มปริมาณสินค้า หรือเพิ่มบุคลากรเพื่อเร่งกระจายสินค้าได้ โดยเน้นให้ประชาชนมีของใช้จำเป็นเพียงพอในช่วงฉุกเฉิน
สิ่งที่ควรมีในกระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง
สำหรับประชาชนที่กำลังเตรียม กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง ควรเลือกสิ่งของที่จำเป็น น้ำหนักไม่มาก และสามารถหยิบใช้งานได้ทันที การจัดกระเป๋าไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความกังวลและทำให้สมาชิกในครอบครัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ดีขึ้น
- น้ำดื่มและอาหารแห้งที่เก็บได้นาน
- ยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล และยาสามัญประจำบ้าน
- ไฟฉาย ถ่านสำรอง พาวเวอร์แบงก์ และสายชาร์จโทรศัพท์
- เอกสารสำคัญสำเนา เงินสด และรายชื่อผู้ติดต่อฉุกเฉิน
- เสื้อผ้า ผ้าห่มบาง หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์สุขอนามัย
- อุปกรณ์สำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงตามความจำเป็น
นอกจากการเตรียมของใช้ส่วนตัวแล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ เพราะสถานการณ์ภัยพิบัติอาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว การรู้เส้นทางอพยพ จุดพักพิง และช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่ จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น
พาณิชย์ประสานผู้ผลิตและค้าปลีก ป้องกันสินค้าขาดตลาด
นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์มีความมั่นใจในระบบบริหารจัดการสินค้า เนื่องจากมีการทำงานร่วมกับผู้ผลิต ศูนย์กระจายสินค้า และผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกอย่างใกล้ชิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามปริมาณสินค้าและความต้องการของประชาชน เพื่อวางแผนเติมสินค้าให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
ห้างสรรพสินค้า ศูนย์ค้าส่งค้าปลีก และศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการกระจายสินค้า โดยจะมีการตรวจสอบว่าพื้นที่ใดมีสินค้าเพียงพอ พื้นที่ใดต้องเร่งเติมสต็อก และควรใช้เส้นทางใดในการขนส่ง เพื่อให้การส่งมอบทำได้รวดเร็วแม้ในช่วงที่เกิดอุปสรรค
ภาครัฐยังติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ปัญหาด้านโซ่อุปทานของบริษัทรถยนต์หรือภาคการผลิตอื่น ๆ หากมีความเสียหายจากน้ำท่วม ก็จะพิจารณามาตรการช่วยเหลือร่วมกับกระทรวงการคลัง รวมถึงแนวทางด้านภาษีและการนำเข้าเครื่องจักรที่จำเป็น เพื่อให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้เร็วที่สุด
ประชาชนเตรียมพร้อมได้ สินค้าจำเป็นยังมีเพียงพอ
สาระสำคัญจากการยืนยันของกระทรวงพาณิชย์คือ ประชาชนสามารถจัดเตรียม กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง ได้โดยไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะเกิดการขาดแคลนสินค้าในวงกว้าง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลระบบหลังบ้าน ตั้งแต่การสำรองสินค้า การจัดการคลัง ไปจนถึงการขนส่งเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย
อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมที่ดีควรเริ่มจากแต่ละครอบครัว ไม่ควรรอให้เกิดเหตุการณ์แล้วจึงค่อยหาซื้อของจำเป็น ควรตรวจสอบสิ่งของในกระเป๋าทุกระยะ เปลี่ยนน้ำดื่มและอาหารที่ใกล้หมดอายุ รวมถึงชาร์จอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ หากทุกบ้านมีแผนรับมือที่เหมาะสม ก็จะช่วยลดความตื่นตระหนกและแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ได้
การมี กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง ไม่ได้หมายถึงการเตรียมตัวเพราะกลัวเหตุร้าย แต่เป็นการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อดูแลตัวเองและคนที่เรารักในช่วงเวลาสำคัญ เตรียมวันนี้ให้พร้อม แล้วติดตามประกาศจากภาครัฐอย่างมีสติ เพื่อให้ทุกคนผ่านสถานการณ์ฉุกเฉินไปได้อย่างปลอดภัย
ที่มา – ‘ศุภจี’ ยัน พาณิชย์พร้อมดูแลสินค้าไม่ให้ขาดแคลนรองรับประชาชนเตรียม ‘กระเป๋าต้องรอด 72 ชั่วโมง’