พาณิชย์ คุมเข้มนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ รับซื้อในประเทศก่อน

ในช่วงที่กระแสข่าวการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกาปริมาณ 1 ล้านตันกำลังเป็นที่พูดถึง กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นกันเอง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเฉพาะเรื่อง พาณิชย์ คุมเข้มเอกชนนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ ต้องรับซื้อในประเทศก่อน กก.7.05-9.80 บ. ไม่ให้กระทบเกษตรกร ซึ่งเป็นมาตรการที่ออกแบบมาอย่างรอบคอบเพื่อปกป้องเกษตรกรไทยและรักษาความมั่นคงทางอาหาร

พาณิชย์ คุมเข้มเอกชนนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ ต้องรับซื้อในประเทศก่อน กก.7.05-9.80 บ. ไม่ให้กระทบเกษตรกร

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และกระทรวงพาณิชย์ ได้รับเชิญเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือระหว่างเอกชนไทยกับสหรัฐฯ เพื่อซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วัตถุประสงค์หลักคือประกันความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานอาหาร โดยใช้ข้าวโพดที่ได้มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและตรวจสอบย้อนกลับได้ เพิ่มทางเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงให้อุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ทั้งในประเทศและส่งออก

ความต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในไทยและมาตรการควบคุม

ไทยต้องการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละ 9 ล้านตัน แต่ผลิตในประเทศได้เพียง 5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือ 4 ล้านตัน นำเข้าจากเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว และใช้วัตถุดิบทดแทนเช่นข้าวสาลีจากยูเครน ออสเตรเลีย แต่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเคร่งครัดจากรัฐบาล

  • ด้านราคา: ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศ 5 ล้านตันก่อน โดยผู้รวบรวมใน 5 จังหวัด (เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร อุทัยธานี) รับซื้อจากเกษตรกรที่ความชื้น 30% ในราคาไม่ต่ำกว่า 7.05 บาท/กก.
  • โรงงานอาหารสัตว์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รับซื้อที่ความชื้น 14.5% ไม่ต่ำกว่า 9.80 บาท/กก.
  • ด้านการนำเข้า: ควบคุมไม่ให้กระทบราคาในประเทศ หากวัตถุดิบในประเทศพอ 9 ล้านตัน ไม่ต้องนำเข้า แต่ถ้าไม่พอ จัดการให้สมดุล

ปัจจุบัน มาตรการห้ามนำเข้าข้าวโพดเผาจากเพื่อนบ้านตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เพื่อแก้ PM2.5 ทำให้การนำเข้าลดลง ขณะที่สงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาข้าวสาลีและกากถั่วเหลืองแพงขึ้น ส่งผลให้เอกชนต้องหาแหล่งใหม่อย่างสหรัฐฯ เพื่อป้องกันขาดแคลน

ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและการค้าทวิภาคี

การนำเข้าข้าวโพดสหรัฐช่วยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันให้ไก่เนื้อ ไก่ไข่ สุกร สัตว์น้ำ และเนื้อสัตว์แปรรูปที่ไทยส่งออกได้ดี นอกจากนี้ยังวางรากฐานความสัมพันธ์การค้าไทย-สหรัฐระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นให้รัฐบาลสหรัฐ ช่วยเจรจาการค้า โดยสหรัฐเป็นตลาดใหญ่สำหรับข้าวหอมมะลิ สินค้าประมง ผักผลไม้แปรรูป

สำหรับข้อกังวลกระทบเกษตรกรและวัตถุดิบอื่นอย่างรำ แกลบ ปลายข้าว กระทรวงฯ ได้คุยกับนายกสมาคมโรงสีข้าวไทยแล้ว ซึ่งเข้าใจวัตถุประสงค์และจะร่วมกำกับไม่ให้กระทบราคาข้าวเปลือก นอกจากนี้ การนำเข้าเกินโควตา 1 ล้านตัน โดนภาษี 72% + ค่าธรรมเนียม 180 บ./ตัน ทำให้ต้นทุนสูง แข่งกับของในประเทศไม่ได้

ด้านผลกระทบระบบนิเวศ กรมวิชาการเกษตรควบคุมเข้มด้วยพิธีสารตรวจศัตรูพืช รมยา อบร้อน สุ่มตรวจทุกโหลด เพื่อปกป้องเกษตรกรไทย

สรุปแล้ว พาณิชย์ คุมเข้มเอกชนนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ ต้องรับซื้อในประเทศก่อน กก.7.05-9.80 บ. ไม่ให้กระทบเกษตรกร เป็นนโยบายสมดุลที่คำนึงถึงทุกฝ่าย จากเกษตรกรไปถึงผู้บริโภค นโยบายนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยรอบคอบ ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาและความมั่นคงอาหารได้อย่างยั่งยืน

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวเกษตร-การค้าอื่นๆ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – พาณิชย์ คุมเข้มเอกชนนำเข้าข้าวโพดสหรัฐ ต้องรับซื้อในประเทศก่อน กก.7.05-9.80 บ. ไม่ให้กระทบเกษตรกร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *