“พาณิชย์” ชี้ Live Commerce เพิ่มช่องทางขายผลไม้

ในยุคดิจิทัลที่การค้าขายออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว Live Commerce ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรไทย โดยเฉพาะการจำหน่ายผลไม้ที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวจำนวนมาก กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชน เกี่ยวกับการไลฟ์สดจำหน่ายทุเรียนของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “Pimrypie” ซึ่งช่วยขยายช่องทางการขายและยกระดับราคาสินค้าให้เกษตรกร

“พาณิชย์” ชี้ Live Commerce เพื่อเพิ่มช่องทางขายผลไม้

นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกระแสความนิยมในการไลฟ์ขายทุเรียนของ “Pimrypie” กระทรวงได้สอบถามข้อมูลโดยตรง ซึ่งทราบว่าเป็นความต้องการของผู้ประกอบการในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ตามนโยบายของกระทรวงที่มุ่งขยายช่องทางการจำหน่ายผลไม้ไทยผ่านรูปแบบ Live Commerce จากแหล่งผลิตโดยตรง การจำหน่ายแบบนี้ช่วยให้สินค้าถึงมือผู้บริโภคได้รวดเร็ว ลดขั้นตอนกลาง และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะในปีที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ประกอบการจึงนำทุเรียนมาจำหน่ายผ่านไลฟ์สด พร้อมใช้โปรโมชันพิเศษเพื่อเร่งยอดขาย ซึ่งเป็นวิธีที่ทำมาตั้งแต่ปีก่อนๆ จุดประสงค์หลักคือสร้างตลาดใหม่ให้เกษตรกรที่มีความแน่นอน และช่วยยกระดับราคาสินค้าให้สูงขึ้น สอดคล้องกับนโยบายรัฐที่ต้องการให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนเอกชนเข้าร่วม Live Commerce

กระทรวงพาณิชย์ยินดีเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับราคาสินค้าเกษตร โดยไม่มีนโยบายสนับสนุนอินฟลูเอนเซอร์ เกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายใดเป็นพิเศษ การกำหนดรูปแบบการขาย โปรโมชัน และราคา เป็นการตกลงกันระหว่างเกษตรกรกับผู้จำหน่ายโดยตรง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและราคาที่เกษตรกรพึงพอใจ ตามแผนการตลาดของผู้ค้าหรือผู้ขายแต่ละราย

กระทรวงจะเข้าไปดูแลให้การซื้อขายเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่เกิดการกดราคาเกษตรกร และยึดตามกลไกตลาดที่แท้จริง เพื่อความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ราคาทุเรียนล่าสุดในท้องตลาด

ณ วันที่ 27 เมษายน 2567 ราคาทุเรียนตามท้องตลาดมีดังนี้:

  • เกรดส่งออก AB: 135 – 150 บาท/กิโลกรัม
  • เกรด C: 90 – 100 บาท/กิโลกรัม
  • เกรด D: 70 – 80 บาท/กิโลกรัม
  • เกรดคละ: 125 – 130 บาท/กิโลกรัม

ราคาอาจปรับเปลี่ยนตามคุณภาพผลผลิตและอุปสงค์ในตลาด โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณผลผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสมดุลทั้งราคาและปริมาณ พร้อมสนับสนุนการขยายช่องทางการจำหน่ายต่อเนื่อง

Live Commerce ไม่เพียงช่วยเกษตรกรไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคได้ผลไม้สดใหม่ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในอนาคต คาดว่ารูปแบบนี้จะขยายไปยังผลไม้อื่นๆ เช่น มังคุด ลำไย และเงาะ เพื่อกระจายผลผลิตทั่วประเทศ ลดปัญหาล้นตลาด และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร

นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยังช่วยให้เกษตรกรเรียนรู้การตลาดออนไลน์ สร้างแบรนด์ของตัวเอง และเชื่อมโยงกับผู้ซื้อโดยตรง ลดความเสี่ยงจากพ่อค้าคนกลาง หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้สนใจ สามารถเริ่มต้นไลฟ์ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Facebook, TikTok หรือ Shopee Live ได้ทันที

สุดท้ายนี้ การสนับสนุนผลไม้ไทยผ่าน Live Commerce คือก้าวสำคัญสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจเกษตร ลองช้อปผลไม้สดผ่านไลฟ์วันนี้ แล้วช่วยเหลือเกษตรกรไทยไปด้วยกัน!

ที่มา – “พาณิชย์” ชี้ Live Commerce เพื่อเพิ่มช่องทางขายผลไม้ ส่วนการตั้งราคาเป็นแผนโปรโมทแต่ละผู้ขาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *