‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3%
‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3%
เมื่อกลางปี 2568 ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่างนายพิชัย นริพทะพันธุ์ ได้แสดงความคิดเห็นว่าการที่สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี Tariff กับสินค้าจากประเทศไทยในอัตรา 19% ถือเป็นโอกาสที่จะทำให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศใกล้เคียงได้มากขึ้น โดยเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา แม้จะสูงกว่าเวียดนามที่ถูกเก็บ 20% แต่ไทยยังมีข้อได้เปรียบอย่างมากในระยะยาว
การส่งออกของไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มีอัตราการเติบโตสูงถึง 15% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับดีมาก แม้ในช่วงครึ่งปีหลังอาจไม่เติบโตเท่าครึ่งปีแรก แต่ยังมั่นใจว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องได้ ซึ่งจะช่วยผลักดันจีดีพีของไทยให้อยู่ในช่วง 2-3% ตามเป้าหมายที่นายพิชัยเคยประเมินไว้
ส่งออกยังคงเป็นตัวหลักในปีนี้
ในมุมมองของนายพิชัย การส่งออกยังถือเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเติบโตที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างสินค้าส่งออกให้เหมาะสมกับตลาดโลก การได้รับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น และการเจรจากับเขตการค้าเสรีที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ภาษีที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ส่งออกไทยเติบโตอย่างมากในช่วงต้นปี แต่เป็นผลมาจากการวางรากฐานเศรษฐกิจและนโยบายการส่งออกที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถรักษาความเข้มแข็งได้ในตลาดสากล
การลงทุนสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งเสริม ‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3%
ในด้านการลงทุน ครึ่งปีแรกนี้มีมูลค่าการขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศสูงถึง 1.05 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติใหม่และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอนาคตเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเช่น แผงวงจรไฟฟ้า (พีซีบี), เซมิคอนดักเตอร์, ดาต้าเซ็นเตอร์, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), รถยนต์ไฟฟ้า (EV), และอุตสาหกรรมดิจิตอลที่จะกลายเป็น S-Curve ใหม่ของเศรษฐกิจ
การลงทุนเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นผลิตภัณฑ์จริงในปีนี้ ไม่มีการชะลอออกไป ทำให้คาดว่าจะสามารถผลักดันให้จีดีพีของประเทศขยายตัวได้ถึง 2-3% ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ
การปรับตัวเพื่อรองรับภาษี 19%
ที่สำคัญ ในการลดผลกระทบจากภาษีสูง คือการบริหารจัดการค่าเงินบาท โดยนายพิชัยมีความมั่นใจว่า ธปท. ในยุคของผู้ว่าการคนใหม่ นายวิทัย รัตนากร จะสามารถดำเนินนโยบายเพื่อให้ค่าเงินบาทอ่อนตัว ช่วยให้สินค้าไทยมีต้นทุนต่ำ และแข่งขันได้ดีขึ้นทั้งในตลาดโลกและในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ที่ผ่านมาระบุว่าหนึ่งในเหตุผลที่นักท่องเที่ยวต่างลดการมาประเทศไทยคือ ‘ค่าเงินบาทที่แข็ง’ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเที่ยวไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ดังนั้น การปรับค่าเงินอย่างมีกลยุทธ์จะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการสร้างความสมดุลในเศรษฐกิจ
เร่งเจรจาเขตการค้าเสรีเพื่อเสริมศักยภาพ
อีกหนึ่งแนวทางที่สามารถใช้รับมือกับ Tariff ของสหรัฐฯ คือการเร่งเจรจาการค้าเสรีกับพันธมิตรต่างประเทศ โดยเน้น FTA กับ EU ซึ่งจะเพิ่มการเข้าถึงตลาดถึง 27 ประเทศในยุโรป และสิ่งนี้จะเสริมความแกร่งให้กับไทยอย่างมาก ภายหลังจากที่เราเพิ่งลงนามกับ EFTA ได้แล้วซึ่งเป็นกลุ่มประเทศยุโรป 4 แห่ง สวิตเซอร์แลนด์ นอรเวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์
ยังมีประเด็นสำคัญกับการเจรจากับเกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) รวมถึงการเจรจา ASEAN-Canada ที่คาดว่าจะลงตัวได้ภายในปี 2568 นี้ ส่งผลให้ไทยสามารถสร้างเครือข่ายการค้าและมีทางเลือกเพิ่มขึ้น หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
‘พิชัย’ ชี้ว่า ภาษี Tariff 19% ที่สหรัฐประกาศยังอาจลงมาได้อีก หากไทยมีข้อเสนอที่ดีตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยกล่าวไว้ รวมถึงการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาเศรษฐกิจที่สะสมมานานกว่า 10 ปี ยังคงต้องใช้เวลาแก้ไข โดยเฉพาะภาวะหนี้ภาคครัวเรือน หนี้ธุรกิจ และหนี้สาธารณะ แต่หากจีดีพีเติบโตและมีเงินจากต่างประเทศไหลเข้าเพิ่ม ปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มจะทยอยถูกแก้ไขในที่สุด
เช่นนั้น ‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3% ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นเส้นทางฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการนำทางจากนโยบายที่แม่นยำและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงรุก

ที่มา – ‘พิชัย’ ชี้ภาษีทรัมป์ 19% ไทยแข่งขันได้-มั่นใจส่งออกปีนี้ยังเป็นพระเอก ‘จีดีพี’ 2-3%