พิพัฒน์ชง ครม.เพิ่มพนักงานรถไฟฯ 2,850 อัตรา สะท้อน 5 วิกฤต

พิพัฒน์ชง ครม.เพิ่มพนักงานรถไฟฯ 2,850 อัตรา สะท้อน 5 วิกฤต

เมื่อเร็วๆ นี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดประเด็นสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไทย โดยเตรียมชงเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติเพิ่มกรอบอัตรากำลังพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 2,850 อัตรา เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรอย่างเร่งด่วน

ปัจจุบัน รฟท. กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากบุคลากรลดน้อยลงจากเดิมที่เคยมีกว่า 20,000 คน เหลือเพียงประมาณ 8,000 คน ในขณะที่โครงข่ายทางรถไฟขยายตัวครอบคลุมกว่า 4,100 กิโลเมตร ส่งผลให้พนักงานต้องแบกรับภาระงานหนักและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ การตัดสินใจของ พิพัฒน์ชง ครม.เพิ่มพนักงานรถไฟฯ 2,850 อัตรา สะท้อน 5 วิกฤต ขององค์กรที่สะสมมาอย่างยาวนาน

เจาะลึก 5 วิกฤตกิจการรถไฟไทยที่ต้องเร่งแก้ไข

จากการศึกษาของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต ได้สรุปความท้าทายที่ รฟท. กำลังเผชิญ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมการอนุมัติกำลังคนใหม่ครั้งนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยสรุปออกมาเป็น 5 วิกฤตหลัก ดังนี้:

  • วิกฤตอัตรากำลังและความปลอดภัย: การขาดแคลนพนักงานขับรถ วิศวกร และนายสถานี ทำให้เสี่ยงต่อความปลอดภัย
  • วิกฤตการขาดแคลนอุปกรณ์: รถจักรและตู้โดยสารมีอายุการใช้งานยาวนานและไม่เพียงพอ
  • วิกฤตหนี้สินและภารกิจ PSO: ภาระหนี้สินกว่า 3 แสนล้านจากการให้บริการสังคมในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน
  • วิกฤตการบริหารจัดการ: ข้อจำกัดด้านโครงสร้างและการบริหารทรัพย์สินที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • วิกฤตการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่: ความท้าทายในการนำเอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบรางมาใช้ให้เท่าทันโลก

ไม่เพียงแต่เรื่องการจ้างงาน แต่รัฐบาลยังมีแผนระยะยาวในการพัฒนา รฟท. ให้เป็นองค์กรระบบรางแห่งอนาคต ทั้งการเพิ่มรายได้จากการบริหารจัดการที่ดิน การขยายตลาดขนส่งสินค้า และการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟผ่านขบวนรถพิเศษ เช่น KIHA 183 เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศ

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่า รฟท. ได้เน้นย้ำว่า การรับพนักงานเพิ่มครั้งนี้จะไม่เป็นภาระทางการเงินที่เกินตัว เพราะปัจจุบัน รฟท. มีค่าใช้จ่ายด้าน OT สูงถึง 40% ของเงินเดือน การจ้างพนักงานใหม่จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดความเสี่ยงจากการทำงานล่วงเวลาสะสมด้วย หากรัฐบาลสามารถผลักดันให้การ พิพัฒน์ชง ครม.เพิ่มพนักงานรถไฟฯ 2,850 อัตรา สะท้อน 5 วิกฤต สำเร็จ จะถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูประบบรางไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอีก 7 ปีข้างหน้า

ในมุมมองของเรา นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันยกระดับทั้งคนและเครื่องจักร การรถไฟไทยย่อมมีโอกาสกลับมาเป็นกระดูกสันหลังที่แข็งแกร่งในการขนส่งและเศรษฐกิจของไทยได้อย่างแน่นอน

ที่มา – “พิพัฒน์” เตรียมชง ครม.เพิ่มพนักงานรถไฟฯ 2,850 อัตรา “สร.รฟท.” สะท้อน 5 วิกฤตรถไฟไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *