“พิพัฒน์” ลั่นไม่ได้น้อยใจ ทบทวนผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” สมเหตุสมผล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองและเศรษฐกิจ! วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ จากแวดวงคมนาคมที่กำลังเป็นกระแสแรงมากๆ เลยนะครับ โดยเฉพาะเรื่อง “พิพัฒน์” ลั่นไม่ได้น้อยใจ ทบทวนผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” สมเหตุสมผล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2567 เกี่ยวกับการยกเลิกกำหนดการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการแลนด์บริดจ์ที่เดิมจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้

“พิพัฒน์” ลั่นไม่ได้น้อยใจ ทบทวนผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” สมเหตุสมผล

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงยกเลิกการลงพื้นที่ล่ะ? นายพิพัฒน์ชี้แจงชัดเจนเลยครับว่า ไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรืออะไรทั้งนั้น แต่เป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลมากๆ เพราะนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ตั้งคณะทำงานพิเศษโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง เป็นประธาน เพื่อทบทวนผลการศึกษาของโครงการแลนด์บริดจ์ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน คิดดูสิครับ โครงการใหญ่ขนาดนี้ ต้องรอบคอบจริงๆ

โครงการแลนด์บริดจ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘แลนด์บริดจ์ภาคใต้’ คือโครงการเชื่อมโยงทางบกระหว่างฝั่งทะเลอันดามัน (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ไปยังอ่าวไทย (จังหวัดชุมพรและนครศรีธรรมราช) ระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร รวมรถไฟความเร็วสูง ถนน และท่าเรือน้ำลึก เพื่อให้สินค้าขนส่งข้ามคอขาดโดยไม่ต้องอ้อมช่องแคบมะละกา ลดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของไทยมากๆ เลยครับ แต่ทำไมต้องทบทวนใหม่? เพราะผลการศึกษาจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ทำมาตั้งแต่ปี 2562 สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปเยอะ ทั้งโควิด เศรษฐกิจโลกผันผวน สงครามการค้า และที่สำคัญคือข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมกับชุมชนท้องถิ่น

เหตุผลหลักในการทบทวนผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” สมเหตุสมผลอย่างไร

นายพิพัฒน์ย้ำว่าการทบทวนนี้จำเป็นเพื่อให้ข้อมูลทันสมัย ครอบคลุมทุกมิติ เช่น

  • ผลกระทบสิ่งแวดล้อม: ต้องศึกษาผลต่อป่าชายเลน เขตอุทยาน และระบบนิเวศทะเลให้ละเอียด
  • ข้อกังวลประชาชน: รับฟังเสียงจากชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อลดความขัดแย้ง
  • ความคุ้มค่าเศรษฐกิจ: คำนวณ ROI ใหม่ให้ชัดเจน ว่าคุ้มทุนหรือไม่ในยุคปัจจุบัน
  • เทคโนโลยีล่าสุด: รวมนวัตกรรมรถไฟฟ้า หรือระบบขนส่งอัจฉริยะ

ถ้าผลออกมาว่าคุ้มค่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าทันทีเลยครับ! นี่แหละที่ทำให้ “พิพัฒน์” ลั่นไม่ได้น้อยใจ ทบทวนผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” สมเหตุสมผล เพราะเป็นกระบวนการปกติของโครงการใหญ่ ไม่ใช่การยื้อหรือขัดแย้งภายใน

เล็งถกชง พรบ. SEC เข้าสภาฯ ก่อนทบทวนเสร็จ?

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าระหว่างรอ 90 วัน จะเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เข้าสภาผู้แทนราษฎรเลยไหม? นายพิพัฒน์ตอบแบบเปิดประตูว่า อาจต้องรอผลทบทวนก่อน แต่จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าสามารถเสนอกฎหมายนี้ได้ก่อนหรือไม่ พรบ. SEC สำคัญมาก เพราะจะกำหนดโซนเศรษฐกิจพิเศษ สนับสนุนการลงทุน โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นหัวใจหลักเลยครับ

พูดถึง SEC หน่อยนะครับ มันคือ Strategic Economic Corridor ภาคใต้ เชื่อมโยง 5 จังหวัดใต้ สร้างงาน สร้างรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับไทยเป็นฮับโลจิสติกส์อาเซียน ถ้าทำสำเร็จ จะพลิกโฉมภาคใต้จากปัญหาให้เป็นโอกาสทอง!

ส่วนตัวผมคิดว่า การทบทวนแบบนี้ดีมากครับ แสดงว่ารัฐบาลโปร่งใส รับฟังทุกฝ่าย ไม่ใช่ผลักดันแบบลับๆ ถ้าทำดี โครงการนี้จะช่วยเศรษฐกิจไทยพุ่งกระฉูด ลดการพึ่งพามะละกา 100% เลยนะ คุณล่ะครับ คิดเห็นยังไงกับ “พิพัฒน์” ลั่นไม่ได้น้อยใจ ทบทวนผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” สมเหตุสมผล ? กลัวกระทบสิ่งแวดล้อมหรือมองว่านี่คืออนาคตของไทย? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ สนับสนุนข่าวดีๆ แบบนี้!

นอกจากนี้ ติดตามอัปเดตโครงการคมนาคมอื่นๆ อย่างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน หรือท่าอากาศยานนานาชาติภาคอีสาน ได้ที่บล็อกเรานะครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะ!

ที่มา – “พิพัฒน์” ลั่นไม่ได้น้อยใจ ทบทวนผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” สมเหตุสมผล เล็งถกชง กม. SEC เข้าสภาฯ ก่อน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *