พ่อร้องสื่อลูกชาย 13 บวชเณร วัดพระธรรมกายถูกฟาดก้นแตก

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่กำลังเป็นกระแสในสังคมไทย เมื่อ พ่อร้องสื่อลูกชายวัย 13 ขวบบวชเณร ‘วัดพระธรรมกาย’ เจอพระสายโหดไม้เรียวฟาดก้นแตก กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงการดูแลเณรรุ่นเล็กในวัด บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของเรื่องราวนี้ ตั้งแต่คำร้องของผู้เป็นพ่อ ไปจนถึงคำชี้แจงจากทางวัด เพื่อให้เข้าใจบริบททั้งหมด

พ่อร้องสื่อลูกชายวัย 13 ขวบบวชเณร ‘วัดพระธรรมกาย’ เจอพระสายโหดไม้เรียวฟาดก้นแตก

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายโสฬส อายุ 37 ปี ผู้เป็นพ่อ ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังจากบุตรชายชื่อเล่น “น้องเฟิร์ส” วัย 13 ปี ซึ่งกำลังบวชเป็นเณรอยู่ที่วัดพระธรรมกายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถูกพระในวัดใช้ไม้เรียวฟาดก้นจนบาดเจ็บสาหัส ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที จากการสอบถามเบื้องต้น พบว่าสาเหตุมาจากน้องเฟิร์สเข้าห้องเรียนสาย และถูกมองว่าคิดช้า ไม่ทันเพื่อนๆ ทำให้เรียนไม่เก่ง พระพี่เลี้ยงที่คอยดูแลจึงลงมือเฆี่ยนตี

ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เด็กชายรายนี้ถูกทำร้ายร่างกายมาตั้งแต่เข้าไปอยู่ในวัด แพทย์ผู้ตรวจอาการยืนยันว่า มีรอยบวมช้ำสะสมมานาน สะท้อนถึงการลงโทษที่รุนแรงและต่อเนื่อง ปัจจุบันอาการดีขึ้นแล้ว แต่ยังต้องนอนโรงพยาบาลอีก 1 สัปดาห์ และต้องรอใบรับรองแพทย์ก่อนแจ้งความดำเนินคดี

สาเหตุและผลกระทบจากการลงโทษรุนแรง

การบวชเณรเป็นประเพณีที่ดีงามของไทย ที่ช่วยปลูกฝังวินัยและคุณธรรมให้เยาวชน แต่เหตุการณ์ พ่อร้องสื่อลูกชายวัย 13 ขวบบวชเณร ‘วัดพระธรรมกาย’ เจอพระสายโหดไม้เรียวฟาดก้นแตก นี้ ทำให้หลายคนกังวลถึงวิธีการอบรม

  • เข้าห้องเรียนสาย: เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา แต่ไม่ควรลงท้ายด้วยการตี
  • คิดช้า เรียนไม่เก่ง: เด็กวัย 13 ยังพัฒนาการต่างกัน ต้องใช้วิธีสอน ไม่ใช่ตี
  • บาดเจ็บสะสม: รอยช้ำเก่าบ่งชี้การทำร้ายซ้ำๆ ส่งผลต่อสุขภาพจิตและกาย
  • ผลกระทบระยะยาว: อาจทำให้เด็กกลัวศาสนา หรือมีบาดแผลในใจ

ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเด็กเตือนว่า การใช้ความรุนแรงในการสั่งสอน สามารถนำไปสู่ปัญหาพฤติกรรมรุนแรงในอนาคตได้ สังคมไทยควรหันมาใช้การสอนแบบ positive discipline มากขึ้น

ฝั่งวัดพระธรรมกายชี้แจงอะไรบ้าง

พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ทางวัดได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทันที พบว่าผู้กระทำคือ “พระผู้ช่วยพี่เลี้ยง” ซึ่งได้รับคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งแล้ว วัดมีกฎระเบียบชัดเจนว่า “ห้ามตีเณรเด็ดขาด” และกำลังดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ส่วนการเยียวยา ฝ่ายย่าของเด็กที่นำมาบวช ได้รับเงินค่าทำขวัญไปแล้วบางส่วน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าวัดยอมรับผิดและแก้ไขอย่างรวดเร็ว

บทเรียนจากเหตุการณ์วัดพระธรรมกาย

แม้จะเป็นกรณี个别 แต่ พ่อร้องสื่อลูกชายวัย 13 ขวบบวชเณร ‘วัดพระธรรมกาย’ เจอพระสายโหดไม้เรียวฟาดก้นแตก สะท้อนปัญหาการขาดระบบตรวจสอบการดูแลเด็กในวัดทั่วประเทศ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 การทำร้ายเด็กถือเป็นความผิดอาญา ผู้ปกครองควรตรวจสอบวัดก่อนส่งบุตรหลานไปบวช เช่น

  • สอบถามกฎการลงโทษ
  • เยี่ยมลูกบ่อยๆ
  • เลือกวัดที่มีชื่อเสียงด้านการอบรมแบบไม่รุนแรง

วัดพระธรรมกายซึ่งมีเณรจำนวนมาก ควรเพิ่มกล้องวงจรปิดและทีมงานมืออาชีพในการดูแล เพื่อป้องกันซ้ำ

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าการฝึกวินัยในวินัยสงฆ์ต้องสมดุลกับความเมตตา ไม่ใช่แค่เข้มงวดแต่ขาด humanity คุณผู้読เห็นด้วยไหม? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้สังคมไทยหันมาดูแลเยาวชนในวัดให้ดีขึ้นนะครับ

ที่มา – ‘พ่อ’ ร้องสื่อลูกชายวัย 13 ขวบบวชเณร ‘วัดพระธรรมกาย’ เจอพระสายโหดไม้เรียวฟาดก้นแตก!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *