ภท.-ปชน.แย่งอุตลุด นั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.แก้ฝุ่นพิษ
ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และไฟป่าเป็นวิกฤติที่คนไทยเผชิญมาหลายปี โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ที่อากาศมักเสียหายหนักในฤดูแล้ง ล่าสุดมีดราม่าเข้มข้นในสภา เมื่อ ภท.-ปชน.แย่งอุตลุด นั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.แก้ฝุ่นพิษ จนกลายเป็นข่าวใหญ่ สุดท้าย ‘ปุ้ย-พิมพ์ภัทรา’ จากค่ายน้ำเงินคว้าชัยชนะไปครอง มาดูกันว่ามีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง
ภท.-ปชน.แย่งอุตลุด นั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.แก้ฝุ่นพิษ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เมษายน 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา มาตราและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สภาผู้แทนราษฎร เป็นนัดแรกเพื่อเลือกประธานกมธ. บรรยากาศเริ่มตึงเครียดตั้งแต่ต้น เมื่อ นายสมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอชื่อ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หรือ ‘ปุ้ย’ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคเดียวกัน เป็นประธาน
ไม่ยอมแพ้ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอชื่อตัวเองทันที พร้อมชวนผู้ถูกเสนอชื่อทั้งคู่แสดงวิสัยทัศน์ ส.ส.ทั้งสองฝ่ายต่างโต้เถียงกันดุเดือด ส.ส.ภท.ยืนยันว่าประธานควรมาจากฝ่ายรัฐบาล เพราะราชการจะเกรงใจและประสานงานได้ง่ายกว่า ส่วนฝ่ายค้านมองว่าควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย
วิสัยทัศน์ของผู้สมัคร ภท.-ปชน.แย่งอุตลุด นั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.แก้ฝุ่นพิษ
หลังถกกันนาน ที่ประชุมให้ทั้งสองคนแสดงวิสัยทัศน์ น.ส.พิมพ์ภัทราเน้นย้ำถึงการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ อาทิ การป้องกันไฟป่าจากแหล่งกำเนิดข้ามพรมแดน การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตาม และมาตรการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐาน ส่วนนายภัทรพงษ์ซึ่งมาจากเชียงใหม่ที่เดือดร้อนหนัก มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดกับผู้เผาไหม้ และพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า
ทั้งคู่มีวิสัยทัศน์ดี แต่การเมืองเข้ามาแทรก ทำให้เกิดการลงมติลับในที่สุด
ผลการลงมติและ lineup ทีมงาน กมธ.แก้ฝุ่นพิษ
ผลปรากฏว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ได้รับเลือกเป็นประธานกมธ. อย่างเป็นเอกภาพ แสดงถึงความน่าเชื่อถือของเธอ นายสมบัติ ยะสินธุ์ ได้รองประธานคนที่หนึ่ง นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ รองประธานคนที่สอง และ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นเลขานุการ
- ประธาน: น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล (ภท.)
- รองประธาน 1: นายสมบัติ ยะสินธุ์ (ภท.)
- รองประธาน 2: นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ (ปชน.)
- เลขานุการ: นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ (ภท.)
การจัดสรรตำแหน่งนี้ถือว่าบาลานซ์ดี ฝ่ายค้านยังมีส่วนร่วม แม้จะแพ้เก้าอี้ใหญ่
ความสำคัญของ กมธ.นี้ต่อปัญหา PM2.5 และไฟป่า
ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เรื่องเล็ก สุขภาพประชาชนเสียหายปีละพันคน ค่าใช้จ่ายรักษาสูงลิ่ว ไฟป่ามาจากการเผาในประเทศและเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว การมีกมธ.วิสามัญนี้จะช่วยผลักดันนโยบายจริงจัง เช่น เพิ่มงบประมาณดับไฟป่า พัฒนาเครื่องวัดอากาศแบบเรียลไทม์ สร้างศูนย์บัญชาการกลาง และเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังติดตามผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ท่องเที่ยว โดยเฉพาะเชียงใหม่ที่รายได้หายไปหลายพันล้านต่อปี
ในอดีต การแก้ปัญหาเคยล้มเหลวเพราะขาดการประสานงาน หวังว่าประธาน ‘ปุ้ย’ จะนำทีมสู้เต็มที่ ภายใต้ ภท.-ปชน.แย่งอุตลุด นั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.แก้ฝุ่นพิษ ครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยน
เห็นได้ชัดว่าการเมืองไทยยังดุเดือดแม้ในประเด็นสิ่งแวดล้อม แต่ผลดีคือได้คนที่มี passion จริงๆ มารับผิดชอบ คุณคิดว่ากมธ.ชุดนี้จะแก้ฝุ่นได้จริงไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลจริงจังกับปัญหาสุขภาพประชาชนกันเถอะ!
ที่มา – ภท.-ปชน.แย่งอุตลุด นั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.แก้ฝุ่นพิษ สุดท้าย ‘ปุ้ย-พิมพ์ภัทรา’ ค่ายน้ำเงินได้ไป