ภัณฑิลจี้ กกต.-ดีเอสไอ ขยายผลคดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในรัฐสภาทันที เมื่อนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจจัดการปัญหาการเมืองอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเรื่อง คดีฮั้ว สว. ที่สังคมกำลังจับตาดูว่ากระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมานั้น โปร่งใสจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมการเมืองใหญ่
ภัณฑิลจี้ กกต.-ดีเอสไอ ขยายผลคดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ
นายภัณฑิลระบุว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพียง 8 รายในล็อตแรกนั้น ยังห่างไกลจากความจริง เพราะในทางปฏิบัติ คดีฮั้ว สว. ถือเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีทั้งผู้สั่งการ ผู้วางระบบ ไปจนถึงผู้ปฏิบัติงาน หากปล่อยไปเช่นนี้อาจทำให้กระบวนการยุติธรรมกลายเป็นแค่เสือกระดาษที่จัดการได้เพียงเบี้ยตัวเล็กๆ เท่านั้น
เปิดปมเส้นทางการเงินและเครือข่ายการเมือง
นอกจากนี้ นายภัณฑิลยังตั้งข้อสังเกตถึง คดีฮั้ว สว. ว่ามีมูลค่าความเสียหายและการหมุนเวียนเงินกว่า 400-500 ล้านบาท ซึ่งตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดฝั่งการเมือง ทั้งอดีตผู้ช่วย สส. และทีมงานรัฐมนตรี ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ว่า เงินมหาศาลเหล่านี้มาจากไหนและใครคือ ‘ผู้สั่งการตัวจริง’ ที่อยู่เบื้องหลังความพยายามครอบงำระบบวุฒิสภาไทย
ประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามต่อไปมีดังนี้:
- ความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินโดย ป.ป.ง.
- บทบาทของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ในการให้ข้อมูลแก่อนุกรรมาธิการ กกต.
- การแสดงจุดยืนของพรรคการเมืองที่ถูกอ้างถึงว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง
- ความกล้าหาญของดีเอสไอในการสาวถึงตัวการระดับสูง
ในมุมมองส่วนตัว คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของบุคคล 8 คน แต่เป็นบททดสอบสำคัญของระบบการเมืองไทยว่าเราจะยอมรับวงจรการเมืองแบบ ‘ใช้เงินซื้ออำนาจ’ ต่อไปหรือไม่ หรือเราจะก้าวไปสู่ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้จริงกันแน่ สังคมต้องช่วยกันกดดันให้เจ้าหน้าที่รัฐทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะอำนาจมืดในระบบไม่ควรอยู่เหนือความถูกต้องของเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ