ภัทรพงศ์เร่งซ่อมราง เปิดบริการพรุ่งนี้
เหตุขัดข้องบริเวณสถานีรถไฟฟ้า MRT เตาปูน สร้างความกังวลให้กับผู้โดยสารที่ต้องเดินทางในช่วงเร่งด่วน หลังเกิดไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณสายเคเบิลบนรางรถไฟฟ้า และมีสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทำงานในห้อง Power Supply แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องตรวจสอบระบบอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าการกลับมาเปิดให้บริการจะไม่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามเหตุการณ์ พร้อมกำชับกรมการขนส่งทางราง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด โดยมีเป้าหมายให้รถไฟฟ้ากลับมาเปิดให้บริการได้ในช่วงเช้าของวันที่ 21 ก.ย. 2569
ภัทรพงศ์เร่งซ่อมราง เปิดบริการพรุ่งนี้
แนวทาง ภัทรพงศ์เร่งซ่อมราง เปิดบริการพรุ่งนี้ สะท้อนความพยายามของกระทรวงคมนาคมในการลดผลกระทบต่อผู้โดยสารและประชาชนที่ใช้เส้นทางบริเวณสถานีเตาปูน อย่างไรก็ตาม การเร่งคืนระบบจะต้องดำเนินการควบคู่กับการตรวจสอบด้านความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงซ่อมแซมอุปกรณ์ให้กลับมาใช้งานได้เท่านั้น
เบื้องต้น เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.32 น. บริเวณสายไฟฟ้าบนรางรถไฟฟ้าสถานีเตาปูน ถนนประชาราษฎร์สาย 2 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพได้เข้าตรวจสอบและควบคุมเหตุ จนสามารถดับเหตุได้ในเวลาต่อมา จากนั้นเวลา 13.15 น. ระบบแจ้งเตือนเพลิงไหม้บริเวณห้อง Power Supply ทำงาน เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบเพิ่มเติมและพบกลุ่มควัน รวมถึงรอยอาร์คไฟฟ้าหรือรอยไหม้จากประกายไฟ แต่ไม่พบเปลวเพลิงในพื้นที่
ภัทรพงศ์เร่งซ่อมราง เปิดบริการพรุ่งนี้ โดยย้ำความปลอดภัย
นายภัทรพงศ์ระบุว่า บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM อยู่ระหว่างเตรียมซ่อมแซมส่วนที่ได้รับความเสียหาย โดยจะเร่งดำเนินการภายในคืนเดียวกัน เพื่อให้ระบบมีโอกาสกลับมาเปิดบริการได้ทันในช่วงเช้า ทั้งนี้ รฟม. และ BEM ต้องตรวจสอบระบบทั้งหมด รวมถึงอุปกรณ์จ่ายไฟ สายเคเบิล ระบบสัญญาณ และพื้นที่โดยรอบ ก่อนยืนยันความพร้อม
ประเด็นสำคัญคือ แม้จะมีกรอบเวลาการเปิดบริการที่ชัดเจน แต่การเปิดใช้งานจริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบยืนยันว่าระบบมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้โดยสารทุกคน เจ้าหน้าที่ต้องประเมินทั้งสาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจร ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ และความเสี่ยงที่เหตุจะเกิดซ้ำ การตรวจสอบอย่างเป็นขั้นตอนจึงมีความจำเป็นมากกว่าการเร่งเปิดสถานีตามกำหนดเวลา
แผนสำรองหากรถไฟฟ้ายังเปิดไม่ได้
หากการซ่อมแซมหรือการตรวจสอบระบบไม่เสร็จทันตามเป้าหมาย กระทรวงคมนาคมได้เตรียมแผนสำรองไว้ โดยประสานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ให้จัดรถรับส่งประชาชนเฉพาะช่วงที่ได้รับผลกระทบเป็นการชั่วคราว แผนดังกล่าวจะช่วยให้ผู้โดยสารยังสามารถเดินทางต่อได้ แม้ต้องใช้เวลาและวางแผนเส้นทางเพิ่มขึ้น
- ผู้โดยสารควรตรวจสอบประกาศจาก MRT รฟม. และ BEM ก่อนออกเดินทาง
- ควรเผื่อเวลาเดินทาง หากต้องเปลี่ยนไปใช้รถโดยสารหรือเส้นทางอื่น
- ผู้ที่มีนัดหมายสำคัญควรเตรียมทางเลือก เช่น รถโดยสารประจำทาง แท็กซี่ หรือรถไฟฟ้าสายอื่น
- ผู้โดยสารควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่ออยู่ในสถานี
สำหรับประชาชนที่ใช้สถานีเตาปูนเป็นจุดเชื่อมต่อ ควรติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามผลการตรวจสอบ หากระบบผ่านการประเมินก็อาจเปิดบริการได้ตามเป้าหมาย แต่หากยังพบความเสี่ยง หน่วยงานควรชะลอการเปิดบริการและใช้รถรับส่งชั่วคราวแทน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้โดยสาร
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า ระบบขนส่งสาธารณะจำเป็นต้องมีแผนบำรุงรักษาและแผนฉุกเฉินที่ชัดเจน การสื่อสารข้อมูลอย่างรวดเร็วก็มีความสำคัญไม่แพ้การซ่อมระบบ เพราะช่วยให้ประชาชนวางแผนการเดินทางได้เหมาะสมและลดความสับสนในช่วงเกิดเหตุ
โดยสรุป ภัทรพงศ์เร่งซ่อมราง เปิดบริการพรุ่งนี้ เป็นเป้าหมายที่ช่วยลดผลกระทบต่อการเดินทาง แต่หัวใจสำคัญยังคงเป็นการยืนยันความปลอดภัยก่อนเปิดใช้งานจริง ผู้โดยสารควรติดตามประกาศทางการอย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนเดินทางสำรองไว้เสมอ เพราะการเปิดบริการที่ล่าช้าเล็กน้อยย่อมดีกว่าการเปิดระบบที่ยังไม่พร้อม
ที่มา – “ภัทรพงศ์” สั่งเร่งซ่อมรางเปิดบริการพรุ่งนี้ กำชับต้องปลอดภัย หากไม่ทันให้ ขสมก. รับส่งแทน

