ภาวะช่องปากเปราะบาง ภัยเงียบผู้สูงวัยที่ต้องระวัง
เชื่อไหมคะว่าสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะ ภาวะช่องปากเปราะบาง ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่มักถูกมองข้าม แต่อาจส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพโดยรวมของคุณตาคุณยายในบ้านเราได้ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ได้ออกมาเตือนว่า เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อใบหน้า ริมฝีปาก รวมถึงลิ้นและต่อมน้ำลายจะทำงานลดลง ส่งผลให้การบดเคี้ยวอาหารทำได้ยากขึ้นทีละน้อย จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในระยะยาว
สัญญาณเตือนภาวะช่องปากเปราะบาง ในผู้สูงอายุ
เมื่อเกิด ภาวะช่องปากเปราะบาง ขึ้น ผู้สูงอายุจะเริ่มไม่อยากรับประทานอาหาร เพราะเคี้ยวลำบาก ทำให้หลีกเลี่ยงโปรตีนหรือผักผลไม้ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็น นำไปสู่การขาดสารอาหาร น้ำหนักตัวลดลง และอาจลุกลามจนกลายเป็นภาวะกล้ามเนื้อน้อย (Sarcopenia) หรือร่างกายเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ครอบครัวควรเริ่มสังเกตสัญญาณเหล่านี้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ:
- เริ่มสำลักน้ำหรืออาหารบ่อยขึ้น
- เคี้ยวเนื้อสัตว์หรือผักที่มีความแข็งไม่ได้
- บ่นว่าปากแห้ง น้ำลายน้อย เพราะต่อมน้ำลายทำงานแย่ลง
- พูดจาไม่ชัด ทำให้เริ่มไม่อยากเข้าสังคมหรือไม่อยากพูดคุย
วิธีดูแลและป้องกันภาวะช่องปากเปราะบาง อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวดีคือเราสามารถช่วยดูแลให้ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ไม่ต้องปล่อยให้ ภาวะช่องปากเปราะบาง มาทำร้ายร่างกายของท่าน โดยมีวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ:
- พบทันตแพทย์เป็นประจำ: ควรพาผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อคัดกรองปัญหาก่อนจะสายเกินแก้
- ใช้ฟันเทียมช่วย: หากมีการสูญเสียฟัน ต้องหาฟันเทียมมาทดแทนเพื่อช่วยในการบดเคี้ยว
- หมั่นบริหารช่องปาก: ฝึกออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า ลิ้น และริมฝีปากอยู่เสมอ รวมถึงนวดกระตุ้นต่อมน้ำลาย
- รักษาความสะอาด: ดูแลความสะอาดช่องปากอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การจิบน้ำบ่อยๆ ช่วยลดปัญหาปากแห้งได้ดีมากค่ะ
การดูแลสุขภาพช่องปากไม่ใช่แค่เรื่องของฟัน แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตในวัยเกษียณที่สดใสและแข็งแรง หากท่านพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อย อย่ารอช้าที่จะพาท่านไปพบหมอตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ท่านได้มีความสุขกับการทานอาหารและการใช้ชีวิตร่วมกับเราไปนานๆ นะคะ
