‘ภูมิธรรม’คุย ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ไร้‘กล้าธรรม’ร่วมด้วย
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง มีการประชุมกันของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมด้วยบรรดาผู้บริหารพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคพันธมิตรที่อยู่ในฝักแห่งรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งในตำแหน่งรักษาการรองนายกฯ และรักษาการรัฐมนตรี ซึ่งต่างมาร่วมกัน논หารือเกี่ยวกับแนวทางในการสร้างรัฐบาลที่มั่นคงและมีประสิทธิภาพ.
‘ภูมิธรรม’คุย ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ไร้‘กล้าธรรม’ร่วมด้วย
ที่ประชุมในครั้งนี้มีผู้นำพรรคสำคัญเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ได้แก่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหลัก และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ โดยทั้งสองมีบทบาทสำคัญในการประสานนโยบายร่วมระหว่างพรรคต่างๆ. ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยก็ได้ส่งตัวแทนสำคัญเข้าร่วมประชุมเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความจริงใจในการทำงานร่วมกัน.
การขาดความมั่นคงในพรรคร่วมรัฐบาล
หนึ่งในประเด็นที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ครั้งนี้คือ การขาดตัวแทนพรรคกล้าธรรมในการประชุมร่วมกันโดยตรง. สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาบางประการเกี่ยวกับความสามารถในการเจรจาและการสร้างความมั่นคงภายในพรรคร่วมรัฐบาล บางพรรคอาจยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถในช่วงแรกของการเข้าร่วม หากไม่มีผู้แทนของพรรคกล้าธรรมเองเข้ามาสนับสนุนอย่างเป็นทางการ อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาว.
- นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการรมช.ศึกษาธิการ (ชพ.)
- นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคม (ชทพ.)
- นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการรมว.ทรัพยากรธรรมชาติ (ปชป.)
- นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค (รทสช.)
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (รทสช.)
นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าในวงพูดคุยครั้งนี้ ไม่มีกลุ่มพรรคที่มีภาพลักษณ์เชิงกล้าธรรมมาร่วมมากนัก. สื่อหลายสำนักรายงานว่า พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคอาจยังไม่มั่นใจในแนวทางการทำงานที่โปร่งใสของพรรครัฐบาลใหม่. ขณะที่พรรคเพื่อไทยและอีกหลายพรรคมีบทบาทสำคัญในการถ่วงดุลอำนาจภายในภาครัฐ แต่ก็ยังมีสาระสำคัญบางอย่างที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมเรื่อยๆ.
แม้ว่าการประชุมในครั้งนี้จะเป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็มีความคาดหวังว่าจะนำไปสู่ทางออกร่วมที่มั่นคงและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่‘พรรคร่วมรัฐบาล’ไร้‘กล้าธรรม’ร่วมด้วย. ซึ่งหมายความว่า ความต้องการฉับพลันในการหาผลประโยชน์ร่วมและสานสัมพันธ์ระหว่างพรรคอาจยังไม่เพียงพอ เพราะเหลือเพียงแรงผลักดันเชิงพาณิชย์และกลุ่มผลประโยชน์เฉพาะบางกลุ่มเท่านั้น.
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินการเพื่อสร้างกรอบการทำงานร่วมกัน. ทั้งนี้ ประเทศประเทศไทยยังจำเป็นต้องได้รับรัฐบาลที่มีความโปร่งใส สามารถต่อสู้กับการทุจริต และสามารถปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองให้แก่สังคมอย่างแท้จริง.
หากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลในวันข้างหน้า สามารถเรียนรู้และพัฒนาแนวทางการทำงานเพื่อสร้างสรรค์ตัวตนที่ชัดเจนในเชิงกล้าธรรมมากขึ้น นั่นก็จะส่งผลดีต่อความมั่นคงในระยะยาวของรัฐบาลเท่านั้น.
ที่มา – ‘ภูมิธรรม’คุย ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ไร้‘กล้าธรรม’ร่วมด้วย

