ภูมิธรรม ยัน เหตุ อดิศร ว่าไปตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่ นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ไม่ไปฟังคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการชุมนุมของกลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม ถึง 9 เมษายน พ.ศ. 2552 ส่งผลให้ศาลรัฐธรรมนูญออกหมายจับต่อ นายอดิศร ซึ่งในภายหลังกลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง
ภูมิธรรม ยัน เหตุ อดิศร ว่าไปตามกฎหมาย
นายภูมิธรรมระบุว่า ตนเองยังไม่ทราบรายละเอียดกรณีนี้อย่างชัดเจน เพราะเพิ่งกลับมาจากกิจกรรมแถลงข่าวการจับยาเสพติดที่จังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม ท่านยืนยันว่า ภูมิธรรม ยัน เหตุ อดิศร ว่าไปตามกฎหมาย อย่างเคร่งครัด ไม่มีการฝ่าฝืนหรือเบี่ยงเบนจากกระบวนการทางกฎหมายใด ๆ
กรณีของอดิศรมีเอกสิทธิ์ตามกฎหมาย
ท่านย้ำว่า การที่ นายอดิศร ไม่ได้เข้าร่วมฟังคำพิพากษา นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิพิเศษที่มีตามกฎหมายในฐานะ ส.ส. ซึ่งมีข้อกำหนดเฉพาะใจความคุ้มครองจากโทษทางอาญา ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“ภูมิธรรม ยัน เหตุ อดิศร ว่าไปตามกฎหมาย ไม่มีการละเมิดหรือขัดต่อกฎหมายใด ๆ เพราะหากมีปัญหา กฎหมายจะกำหนดบทลงโทษและขั้นตอนตามมาอย่างชัดเจน” ท่านกล่าว
- การจัดการกรณีของอดิศรเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
- ไม่มีความผิดปกติในการดำเนินคดี
- ทุกขั้นตอนมีหลักฐานและถูกต้องตามกฎหมาย
ท่านยังเน้นว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรือการตีความที่ผิดเพี้ยน
ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ท่านยืนยันว่า ภูมิธรรม ยัน เหตุ อดิศร ว่าไปตามกฎหมาย และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ ความมั่นคงของระบบราชการและการเคารพต่อกฎหมายของประเทศในทุกระดับ
ทั้งนี้ กรณีของอดิศรยังคงเป็นประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องในสังคม อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับประเทศยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินไปตามหลักสากลและมีรายละเอียดที่ชัดเจนภายใต้กรอบกฎหมาย
หากประชาชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้ ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลือ หรือข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ
สุดท้ายหากมองในแง่เชิงนโยบาย การเมืองและการบริหารความยุติธรรมควรเดินไปด้วยกันอย่างเท่าเทียม เพื่อให้สถาบันทั้งสองฝ่ายสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างราบรื่น ภูมิธรรม ยัน เหตุ อดิศร ว่าไปตามกฎหมาย และเชื่อว่าระบบกฎหมายของประเทศไทยมีความพร้อมที่จะรับมือกับผลกระทบในทุกระดับได้อย่างมีประสิทธิภาพ