มติประชาธิปัตย์ร่วม ‘พรรคส้ม’ ยื่นสอบ ป.ป.ช.
สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ติดตามข่าวการเมืองทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องร้อนแรงที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทย นั่นคือ มติประชาธิปัตย์ร่วม ‘พรรคส้ม’ ยื่นสอบ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ที่เลือกจับมือกับพรรคประชาชน หรือที่หลายคนเรียกว่า ‘พรรคส้ม’ เพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กันแบบเต็มตัวเลยครับ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 หลังจากการประชุม ส.ส. และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ของพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ได้ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าพรรคมีมติให้ ส.ส. ของพรรคร่วมลงชื่อในหนังสือที่จะยื่นถึงประธานสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา ให้ตั้งกรรมการอิสระมาดำเนินการไต่สวน ป.ป.ช. ในกรณีที่ ป.ป.ช. มีการตีตกคำร้องเอาผิดนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในประเด็นร้ายแรงเรื่องซุกหุ้น ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ มาตรา 236
มติประชาธิปัตย์ร่วม ‘พรรคส้ม’ ยื่นสอบ ป.ป.ช.
สำหรับการร่างคำร้องดังกล่าว นายสาทิตย์และนายราเมศร์ รัตนะเชวง ซึ่งเป็นฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ จะร่วมงานกับทีมของพรรคประชาชน เพื่อให้เอกสารสมบูรณ์และมีน้ำหนักมากที่สุด นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังวางแผนยื่นหนังสือโดยตรงถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยเดิม เพราะทีมงานพบหลักฐานใหม่ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งบ่งชี้ว่า ป.ป.ช. อาจจงใจละเลยประเด็นสำคัญ และตัดสินในทางที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ถูกร้อง
หลักฐานใหม่ที่จุดประกายการเคลื่อนไหว
หลักฐานชิ้นสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์หยิบยกมานั้น มี 2 ประเด็นหลักที่สั่นคลอนคำวินิจฉัยเดิมของ ป.ป.ช. ดังนี้
- เอกสารข้อสั่งการจากนายศักดิ์สยาม: มีเอกสารที่นายศักดิ์สยามออกคำสั่งไปยังหน่วยงานที่ตนกำกับดูแล โดยระบุให้แจ้งรัฐมนตรีทราบก่อนดำเนินการประมูลจัดซื้อจัดจ้างทุกครั้ง ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงชัดเจน ส่อเค้าผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจที่ตนเกี่ยวข้อง
- บริษัทนอมินีรับงานรัฐ: บริษัทที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีลักษณะเป็นตัวแทนถือหุ้นแทน (นอมินี) ของนายศักดิ์สยาม ได้รับงานในกระทรวงคมนาคมที่นายศักดิ์สยามดูแล ซึ่งเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์อย่างโจ่งแจ้ง
ประเด็นเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระและความรอบคอบของ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบคดีทุจริตระดับสูง
นอกจาก มติประชาธิปัตย์ร่วม ‘พรรคส้ม’ ยื่นสอบ ป.ป.ช. พรรคยังมีมติสนับสนุนพรรคประชาชนในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อลบส่วนดุลยพินิจของประธานสภาในการส่งเรื่องไปศาลฎีกา เพราะหากประธานสภาไม่เป็นกลาง อาจใช้ดุลยพินิจเพื่อยื้อเยื้อกระบวนการได้ สิ่งนี้จะช่วยให้ระบบตรวจสอบองค์กรอิสระมีประสิทธิภาพและโปร่งใสยิ่งขึ้น
ย้อนดู背景คดีนี้ คดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยามเริ่มเดือดตั้งแต่สมัยที่เป็น รมว.คค. มีข้อกล่าวหาว่าซุกหุ้นในบริษัทที่ทำสัญญากับกระทรวงผ่านนอมินี ศาลรัฐธรรมนูญเคยชี้ว่ามีพฤติกรรมนอมินี แต่ ป.ป.ช. ไม่เห็นว่าถึงขั้นผิดร้ายแรง จึงตีตกคำร้อง ทำให้ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนและตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยอม
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากคำร้องผ่านและมีการตั้งกก.สอบจริง อาจนำไปสู่การตรวจสอบ ป.ป.ช. อย่างละเอียด หากพบความผิดพลาดหรืออคติ อาจมีการปรับโครงสร้างองค์กรปราบปรามทุจริตครั้งใหญ่ สะท้อนถึงความพยายามของ ส.ส. หลายพรรคในการรักษาความโปร่งใสในระบบราชการไทย
ในมุมมองของผม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นสัญญาณดีที่แสดงถึงความเด็ดเดี่ยวในการต่อสู้กับการทุจริต แม้จะข้ามพรรคการเมือง แต่อยู่ข้างความถูกต้อง คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? เชื่อว่า ป.ป.ช. จะทบทวนหรือไม่? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความนี้ เพื่อให้ข่าวสารดีๆ ไปถึงทุกคน!
ที่มา – มติประชาธิปัตย์ร่วมเข้าชื่อสส. กับ’พรรคส้ม’ยื่นประธานสภาส่งศาลฎีกา ตั้งกก.สอบ ‘ป.ป.ช.’