มาเลย์ระงับกุ้งไทย วิกฤตหนักเกษตรกรขาดทุนยับ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท
มาเลย์ระงับกุ้งไทย วิกฤตหนักเกษตรกรขาดทุนยับ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท
วงการเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่สาหัสที่สุดในรอบหลายปี เมื่อเกิดเหตุการณ์ มาเลย์ระงับกุ้งไทย วิกฤตหนักเกษตรกรขาดทุนยับ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท ต่อบ่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นายมานิตย์ อินทองปาน ตัวแทนเกษตรกรจากจังหวัดตรังได้ออกมาตีแผ่ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากประเทศมาเลเซียปิดด่านไม่รับนำเข้ากุ้งไทย ส่งผลให้ระบบห่วงโซ่อุปทานเกิดการชะงักงันอย่างรุนแรง
ผลกระทบโดยตรงจาก มาเลย์ระงับกุ้งไทย วิกฤตหนักเกษตรกรขาดทุนยับ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท
ปกติแล้วกุ้งกว่า 40 เปอร์เซ็นต์จากภาคใต้ของไทย ไม่ว่าจะเป็นกระบี่ ตรัง สตูล สงขลา และนครศรีธรรมราช จะถูกส่งออกไปยังมาเลเซียเป็นหลัก เมื่อเส้นทางนี้ถูกปิดตาย จึงไม่แปลกที่ตลาดในประเทศจะรับมือไม่ทัน และเมื่อไม่มีผู้รับซื้อเข้ามาประมูล กุ้งในบ่อจึงล้นตลาดจนปั่นราคากันไม่ขึ้น ที่ผ่านมาเกษตรกรหลายรายต้องพบกับความสูญเสียมหาศาลดังนี้:
- ต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้นทุกวันจากการให้อาหารกุ้งที่รอจับ
- ผู้ประกอบการแพรับซื้อหยุดรับกุ้งเพราะไม่มีห้องเย็นรองรับ
- เกษตรกรขาดความมั่นใจจนต้องหยุดปล่อยลูกกุ้งรุ่นใหม่
- รายได้ที่ลดฮวบจนเสี่ยงต่อการถูกยึดที่ดินและขาดสภาพคล่องทางการเงิน
จากเดิมที่มีเกษตรกรในจังหวัดตรังกว่า 500 ราย ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 260 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงการล่มสลายของอาชีพนี้อย่างน่าใจหาย การที่ มาเลย์ระงับกุ้งไทย วิกฤตหนักเกษตรกรขาดทุนยับ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท ต่อรายนั้น ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่หมายถึงครอบครัวพังทลายและการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในชุมชน รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาตลาดส่งออกใหม่หรือเจรจาทางการทูตเพื่อปลดล็อกด่านชายแดนโดยด่วน ก่อนที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยจะหายไปจากแผนที่โลกอย่างถาวรครับ
หากภาครัฐยังนิ่งเฉยต่อปัญหานี้ เชื่อได้เลยว่าเราจะไม่ได้เห็นกุ้งไทยเกรดพรีเมียมวางขายในตลาดเหมือนเดิมอีกต่อไป การช่วยเหลือเชิงรุกและการยื่นมือช่วยเยียวยาเกษตรกรที่กำลังจะจมกองหนี้คือสิ่งที่ต้องทำในทันที
ที่มา – มาเลย์ระงับกุ้งไทย วิกฤตหนักเกษตรกรขาดทุนยับ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท