‘ม.รังสิต’ ร่อนแถลงการณ์โต้ ‘อ.โต้ง’ ยันไม่ลักทรัพย์
สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีประเด็นร้อนในแวดวงการศึกษาที่หลายคนกำลังให้ความสนใจกันมาก นั่นคือเรื่อง ‘ม.รังสิต’ ร่อนแถลงการณ์โต้ ‘อ.โต้ง’ ซึ่งยืนยันชัดเจนว่าการปรับพื้นที่ไม่ใช่การลักทรัพย์ และเหตุผลการเลิกจ้างมาจากการให้ข้อมูลข่าวสื่อที่ทำให้ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเสื่อมเสีย เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากรองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘อ.โต้ง’ ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 โดยนำเสนอข้อมูลที่ ม.รังสิต มองว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
มหาวิทยาลัยรังสิตซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศไทย ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 เพื่อชี้แจงให้สื่อมวลชนและประชาชนเข้าใจถูกต้อง โดยวิงวอนให้ทุกคนตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ มาดูกันครับว่ามหาวิทยาลัยชี้แจงอะไรบ้าง
‘ม.รังสิต’ ร่อนแถลงการณ์โต้ ‘อ.โต้ง’ ชี้ 3 ข้อเท็จจริงสำคัญ
ในแถลงการณ์ดังกล่าว มหาวิทยาลัยรังสิตได้แบ่งประเด็นชี้แจงออกเป็น 3 ส่วนหลัก เพื่อความชัดเจนและโปร่งใส โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ประเด็นแรก: กรณีนี้ไม่ใช่คดีลักทรัพย์นายจ้าง
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ามีการทุจริตหรือลักทรัพย์ แต่จริงๆ แล้ว ผลการสอบสวนชั้นต้นที่ อ.โต้ง เองเป็นประธานกรรมการสอบ ระบุชัดว่า ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ที่จะดำเนินคดีอาญาได้ แม้กระทั่งคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานก็มีมติเอกฉันท์ว่าไม่มีความผิดทั้งทางอาญาและวินัย
- อดีตอธิการบดีเคยให้แจ้งความตามข้อเสนอของอ.โต้ง แต่หลังสอบสวน ไม่พบพยานหลักฐานชัดเจน
- อธิการบดีปัจจุบันจึงถอนฟ้องคดีไปแล้ว
นี่แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ปกป้องผู้กระทำผิดอย่างที่ถูกกล่าวหา
ประเด็นที่สอง: การปรับพื้นที่คือกระบวนการเตรียมก่อสร้าง ไม่ใช่ลักทรัพย์
อีกประเด็นที่ถกเถียงกันคือการเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมบ้านพักคนงานในโครงการอาคารเรียนใหม่ มหาวิทยาลัยอธิบายว่า นี่คือ Site Clearing ตามหลักวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติก่อนก่อสร้าง
- รวมถึงถางป่า ขุดตอ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ปรับระดับดิน และขนเศษวัสดุ
- เพื่อให้พื้นที่โล่ง ปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายโครงการ
- เป็นไปตาม TOR (Terms of Reference) กับผู้รับเหมา
หลังดำเนินการ พื้นที่ราบเรียบ ไม่มีหลุมบ่อหรือความเสียหาย แสดงเจตนาที่แท้จริงคือเตรียมก่อสร้าง มหาวิทยาลัยในฐานะเจ้าของทรัพย์จึงยืนยันว่า ไม่ใช่การลักทรัพย์ อย่างแน่นอน
ประเด็นที่สาม: เหตุเลิกจ้างมาจากการให้ข่าวสื่อ
ส่วนเหตุผลการเลิกจ้างอ.โต้งนั้น มหาวิทยาลัยยืนยันว่าเพราะมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียหลายครั้ง ตลอด 8 เดือน (กรกฎาคม 2568 – กุมภาพันธ์ 2569) ซึ่งส่งผลให้ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเสื่อมเสีย
- คณะกรรมการสอบสวนมีมติว่าผิดวินัยร้ายแรง
- ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย
มหาวิทยาลัยรังสิตขอชี้แจงครั้งสุดท้าย และพร้อมนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากยังมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อไป
จากแถลงการณ์นี้ เราจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยรังสิตให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง ในยุคที่ข่าวสารล้นหลาม ผู้บริโภคข่าวอย่างเราควรตรวจสอบแหล่งข้อมูลให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้ถูกชักจูงไปในทางที่ผิด ข่าวนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ถูกต้องในสถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจของสังคมไทย
คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน เพื่อช่วยเผยแพร่ข้อเท็จจริง!