ยูเครนปัดแนวคิดสร้างแนวกันชน ลั่นรัสเซียต้องเป็นฝ่ายถอย

จากข่าวล่าสุดที่มาจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 1 กันยายน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อรายงานของหลายสื่อที่ระบุว่า ผู้นำยุโรปกำลังพิจารณาแนวคิดในการกำหนดแนวพื้นที่กันชนระยะทาง 40 กิโลเมตร เพื่อทำเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพในระยะยาว หรืออย่างน้อยก็เป็นข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ยูเครนปัดแนวคิดสร้างแนวกันชน

เซเลนสกีกล่าวว่า แนวคิดเรื่องการกำหนดแนวพื้นที่กันชนนั้น เป็นแค่สิ่งที่เสนอโดยคนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์จริงของสงครามเท่านั้น เขายืนยันว่า นี่ไม่ใช่วิธีที่จะนำไปสู่สันติภาพอย่างยั่งยืน

แนวคิดเรื่องแนวพื้นที่กันชนซึ่งสามารถขยายได้เป็น ‘เขตปลอดทหาร’ มีตัวอย่างจากสถานการณ์โลกจริง เช่น ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ หรือแม้แต่มาจากการแบ่งเขตทวีปยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ความเป็นจริงของแนวหน้าในยูเครน

อย่างไรก็ตาม มีพื้นที่คล้ายแนวพื้นที่กันชนอยู่แล้วทั้งสองด้านของแนวหน้าโดยในภาษาทหารท้องถิ่นอาจเรียกว่า “เขตมรณะ” หรือ “เขตสีเทา” ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะประจำการและวางอาวุธห่างกันระยะมากกว่า 10 กิโลเมตร แต่ไม่สามารถใช้ปืนใหญ่ได้ เพราะเสี่ยงต่อการโจมตีทางอากาศจากโดรนหรือยานบินไร้คนขับ

แน่นอนว่า การกำหนดแนวพื้นที่กันชนอย่างเป็นทางการ จะส่งผลให้ยูเครนต้องสละดินแดนบางส่วน ซึ่งเซเลนสกีมองว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรม เขาชี้ว่า หากฝ่ายรัสเซียต้องการมีระยะห่างเพิ่มเติมจากยูเครน ทางรัฐบาลมอสโกควรสั่งให้ทหารถอยร่นออกจากดินแดนของยูเครนที่เข้ายึดไว้ ซึ่งในสายตาของยูเครนถือเป็น ‘ดินแดนที่ถูกยึดโดยไม่ชอบ’ อย่างถาวร

  • แนวคิดเรื่องแนวกันชนมาจากราชศัตรู
  • ยูเครนมี ‘เขตสีเทา’ อยู่แล้ว
  • รัสเซียควรเป็นฝ่ายถอยก่อน

ในมุมมองของผู้นำยูเครน การตกลงในลักษณะดังกล่าวจะทำให้ประเทศต้องเสียดินแดนโดยไม่จำเป็น และไม่ตอบโจทย์หากไม่มีการทบทวนทรัพยากรทางทหารของฝ่ายตรงข้ามก่อน ทั้งนี้ เซเลนสกียังยืนยันว่า ยูเครนยังต้องเผชิญกับสงครามที่ยังไม่จบ และการรักษาดินแดนอย่างเต็มรูปแบบจะเป็นผลตอบแทนที่ควรได้รับจากการต่อสู้

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของยูเครนก่อให้เกิดเสียงสะท้อนหลายด้านในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะในแวดวงผู้นำที่ต้องการจัดทำข้อตกลงเพื่อความสงบ ว่าควรฟังเสียงของทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดและรอบด้าน ก่อนจะมีการตัดสินใจใด ๆ เกี่ยวกับอนาคตของสภาโลก

ข่าวความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า แนวทางการต่อสู้ของยูเครนمنذต้นภาวะความขัดแย้งนั้นไม่ใช่แค่เชิงรุก แต่ยังหมดใจในแนวทางทางการทูตเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง หากมีวันที่สันติภาพมาถึง ความยุติธรรมจะต้องไม่ตกเป็นเพียงเพียงคำพูด

ที่มา – ยูเครนปัดแนวคิดสร้างแนวกันชน ลั่นรัสเซียต้องเป็นฝ่ายถอย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *