รฟท. ชงคมนาคม เคาะทางคู่ 3 เส้นใต้ กว่า 1.2 แสนล้าน
รฟท. ชงคมนาคม เคาะทางคู่ 3 เส้นใต้ กว่า 1.2 แสนล้าน
ข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวใต้และผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางด้วยระบบราง เมื่อนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนรอคอย โดยในสัปดาห์นี้ รฟท. เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาเห็นชอบโครงการ รฟท. ชงคมนาคม เคาะทางคู่ 3 เส้นใต้ กว่า 1.2 แสนล้าน เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคาดหวังว่าจะมีการเปิดประมูลในช่วงต้นปี 2570 นี้ครับ
รายละเอียดโครงการที่น่าสนใจและแผนการดำเนินการ
สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ ถือเป็นการผลักดันโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ในเส้นทางสายใต้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โครงการหลัก ครอบคลุมวงเงินรวมกว่า 122,720 ล้านบาท โดยสาเหตุที่มีการปรับเพิ่มวงเงินนั้น เนื่องมาจากการทบทวนราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงการปรับเปลี่ยนแบบวิศวกรรมเพื่อรองรับการป้องกันน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อให้ระบบรางมีความยั่งยืนและใช้งานได้อย่างยาวนาน
โดยโครงการ รฟท. ชงคมนาคม เคาะทางคู่ 3 เส้นใต้ กว่า 1.2 แสนล้าน นี้ ได้มีการจัดแบ่งสัญญาออกเป็น 4 สัญญาหลักๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ดังนี้:
- ช่วงชุมพร–สุราษฎร์ธานี จำนวน 1 สัญญา
- ช่วงสุราษฎร์ธานี–ชุมทางหาดใหญ่ จำนวน 2 สัญญา
- ช่วงชุมทางหาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ จำนวน 1 สัญญา
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของช่วงหาดใหญ่-สงขลานั้น ทาง รฟท. ได้ตัดสินใจแยกออกไปดำเนินการในระยะถัดไป เนื่องจากต้องรอความพร้อมในด้านพื้นที่ที่มีการบุกรุกค่อนข้างมาก เพื่อไม่ให้โครงการหลักเกิดความล่าช้าครับ
ความคุ้มค่าและอนาคตของระบบรางไทย
นอกเหนือจากโครงการสายใต้แล้ว รฟท. ยังเร่งเครื่องโครงการรถไฟทางคู่ในเส้นทางอื่นๆ เช่น ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย, ชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี และเด่นชัย-เชียงใหม่ เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศให้เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าในระหว่างนี้อาจจะมีประเด็นเรื่องการจัดหาขบวนรถใหม่ที่ต้องหารือกับสภาพัฒน์อย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อมั่นได้ว่าการเดินหน้า รฟท. ชงคมนาคม เคาะทางคู่ 3 เส้นใต้ กว่า 1.2 แสนล้าน ในครั้งนี้ จะเป็นก้าวย่างสำคัญที่ช่วยยกระดับทั้งการขนส่งสินค้าและการเดินทางของผู้โดยสารในอนาคต
เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การประชุม ครม. สัญจรในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 ที่จะถึงนี้ จะมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอหรือไม่ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เราจะได้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของระบบรถไฟไทยที่ทันสมัยและครอบคลุมทั่วประเทศแน่นอนครับ

