รวบหนุ่มแสบหลอกซื้อเบนซ์สลับกุญแจ GPS

คดีสะเทือนวงการซื้อขายรถมือสองออนไลน์เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชายวัย 42 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่ารับช่วงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ถูกโจรกรรม หลังขบวนการใช้วิธีหลอกขอดูรถ สลับกุญแจ และติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม GPS เพื่อย้อนกลับมาขโมยรถในช่วงกลางดึก เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ที่ประกาศขายรถผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะมิจฉาชีพอาจวางแผนมาเป็นขั้นตอนตั้งแต่การนัดดูรถไปจนถึงการอำพรางรถหลังขโมยสำเร็จ

รวบหนุ่มแสบหลอกซื้อเบนซ์สลับกุญแจ GPS

ตำรวจ สน.ท่าข้าม พร้อมชุดสืบสวน บก.น.9 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าห้องพักชั้น 7 ของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E250 CGI Saloon สีดำ ซึ่งเชื่อมโยงกับคดี รวมถึงรถยนต์ต้องสงสัยอีก 2 คัน รถจักรยานยนต์ แผ่นป้ายทะเบียน สมุดคู่มือจดทะเบียน และชิ้นส่วนหมายเลขตัวถัง

นอกจากนี้ยังพบยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 1.92 กรัม และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. กับ .45 รวม 19 นัด ตลอดจนทรัพย์สินอื่น ๆ รวมทั้งหมด 43 รายการ การตรวจยึดของกลางจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและที่มาของรถยนต์แต่ละคัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างครบถ้วน

แผนการหลอกซื้อรถที่แบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ

คดีรวบหนุ่มแสบหลอกซื้อเบนซ์สลับกุญแจ GPS มีจุดเริ่มต้นจากผู้เสียหายประกาศขายรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ ต่อมามีบุคคลหนึ่งติดต่อเข้ามาทำทีสนใจและนัดหมายขอตรวจสภาพรถในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ผู้ก่อเหตุรายนี้แสดงท่าทีเหมือนผู้ซื้อทั่วไป ขอทดลองตรวจสอบกุญแจรถทั้งสองดอก ก่อนอาศัยจังหวะที่เจ้าของรถไม่ทันระวัง แอบสลับกุญแจจริงกับกุญแจปลอม

ขณะเดียวกัน คนร้ายยังติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม GPS ไว้กับรถ เพื่อใช้ระบุตำแหน่งรถในภายหลัง จากนั้นอ้างว่าจะออกไปกดเงินและจะกลับมาติดต่อเพื่อซื้อรถ แต่กลับหายตัวไป เมื่อได้ข้อมูลตำแหน่งรถแล้ว ผู้ร่วมขบวนการจึงย้อนกลับมาในช่วงกลางดึก ใช้กุญแจจริงที่สลับเก็บไว้ไขและสตาร์ตรถ ก่อนขับออกจากหน้าบ้านของผู้เสียหายเวลาประมาณ 02.38 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2569

หลังจากได้รถไปแล้ว ขบวนการยังมีผู้รับช่วงทำหน้าที่อำพรางรถ โดยนำรถไปเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนเดิม ถอดหรือแก้ไขชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับหมายเลขตัวถัง และนำรถไปจอดไว้บริเวณลานจอดรถของ สน.เตาปูน เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่หรือประชาชนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิดว่ารถคันดังกล่าวไม่น่าจะเป็นรถที่ถูกโจรกรรม การนำรถไปจอดใกล้สถานีตำรวจจึงเป็นหนึ่งในวิธีสร้างความแนบเนียนและหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

ตำรวจไล่กล้องวงจรปิดจนพบเส้นทางรถ

หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่รถใช้หลบหนี และพบว่ารถถูกนำไปเปลี่ยนป้ายทะเบียนในพื้นที่เมืองทองธานี ก่อนเคลื่อนย้ายไปจอดไว้ที่ลานจอดรถ สน.เตาปูน การตรวจสอบภาพจากหลายจุดช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นความเชื่อมโยงของบุคคล รถยนต์ และช่วงเวลาที่เกิดเหตุ จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหลายรายการ ได้แก่ ลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ครอบครองและเสพยาไอซ์ รวมถึงมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นหรือผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ข้อควรระวังสำหรับคนขายรถผ่านออนไลน์

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า การซื้อขายรถผ่านอินเทอร์เน็ตไม่ได้มีความเสี่ยงเพียงเรื่องการโอนเงินหรือเอกสารปลอมเท่านั้น แต่ผู้ขายยังต้องระวังการถูกติดตามข้อมูลรถและการขโมยกุญแจด้วย ผู้ขายควรตรวจสอบตัวตนของผู้ที่นัดดูรถอย่างละเอียด ไม่ควรส่งภาพเอกสารสำคัญหรือข้อมูลรถแบบละเอียดให้บุคคลที่ยังไม่ผ่านการยืนยันตัวตน และควรนัดหมายในพื้นที่เปิด มีกล้องวงจรปิด และมีคนอยู่ด้วยเสมอ

  • ตรวจสอบบัตรประชาชนและข้อมูลการติดต่อของผู้ขอดูรถก่อนนัดหมาย
  • อย่าปล่อยกุญแจรถทั้งสองดอกไว้ในมือของคนแปลกหน้าโดยไม่มีการดูแล
  • ตรวจดูบริเวณรถหลังการนัดหมายว่ามีอุปกรณ์ติดตามหรือสิ่งผิดปกติหรือไม่
  • หลีกเลี่ยงการนัดดูรถเพียงลำพัง โดยเฉพาะการนัดในช่วงค่ำหรือสถานที่เปลี่ยว
  • เก็บภาพผู้มาติดต่อ ทะเบียนรถ และหลักฐานการสนทนาไว้เผื่อใช้แจ้งตำรวจ

สำหรับผู้ซื้อเองก็ควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ และประวัติรถให้ตรงกันทุกจุด หากพบว่าป้ายทะเบียนหรือเอกสารมีความผิดปกติ ควรหยุดการทำธุรกรรมและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที การตรวจสอบอย่างรอบคอบช่วยลดโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับรถที่ถูกโจรกรรมหรือเครือข่ายอาชญากรรมโดยไม่รู้ตัว

คดีนี้เป็นบทเรียนว่า มิจฉาชีพสามารถวางแผนล่วงหน้าและแบ่งหน้าที่กันอย่างแนบเนียน ผู้ขายรถออนไลน์จึงไม่ควรประมาท แม้ผู้ที่ติดต่อเข้ามาจะพูดจาสุภาพหรือแสดงท่าทีเหมือนลูกค้าจริงก็ตาม หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย ควรยกเลิกการนัดหมายและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ความปลอดภัยของเจ้าของรถและทรัพย์สินต้องมาก่อนการปิดการขายเสมอ

ที่มา – รวบหนุ่มแสบ หลอกซื้อเบนซ์ สลับกุญแจGPS ย้อนมาขโมยเปลี่ยนป้ายจอดโรงพัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *