รวบ 2 หนุ่มใหญ่ ลักลอบแปรรูปไม้พะยูง ขุนหาญ
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 นายปวิช รัตวาลย์ นายอำเภอขุนหาญ ได้สั่งการให้นายจุติเพชร บุญเนตร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่ อส. อ.ขุนหาญ ที่ 6 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์รักษาป่าที่ ศก.1 เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ศรีสะเกษ ทหาร กกล.สุรนารี ฉก.3 ตำรวจ สภ.ขุนหาญ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกันระดมกวาดล้างอาชญากรรมและการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำลายทรัพยากรธรรมชาติในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ อ.ขุนหาญ
ผลการดำเนินงานครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายธนภัทร อายุ 48 ปี ชาว อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ และนายยศพล อายุ 26 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี ที่บริเวณบ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 20 ต.บักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ พร้อมของกลางเป็นไม้พะยูง 4 ท่อน ปริมาตร 0.28 ลูกบาศก์เมตร, ไม้พะยูงแปรรูป 7 เหลี่ยม/แผ่น ปริมาตร 0.08 ลูกบาศก์เมตร และเลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน 1 เครื่อง
ผู้ต้องหาทั้งสองถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 11 ฐานร่วมกันทำให้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต, มาตรา 48 ร่วมกันแปรรูปไม้หวงห้าม มีไม้หวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, มาตรา 69 ร่วมกันมีไม้หวงห้ามยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ฐานร่วมกันทำไม้หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพของป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำผิด พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2555 ฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขุนหาญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ของกลางทั้งหมดได้ถูกจัดเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ศก.1
รวบ 2 หนุ่มใหญ่ ลักลอบแปรรูปไม้พะยูง ขุนหาญ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การลักลอบตัดไม้พะยูงถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
ความสำคัญของการจับกุมผู้ลักลอบแปรรูปไม้พะยูง
การจับกุมผู้ต้องหาในคดีรวบ 2 หนุ่มใหญ่ ลักลอบแปรรูปไม้พะยูง ขุนหาญ ครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย และเป็นการป้องปรามไม่ให้มีการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ ยังเป็นการรักษาทรัพยากรป่าไม้ซึ่งเป็นสมบัติของชาติให้คงอยู่ต่อไป
ไม้พะยูงเป็นไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ การลักลอบตัดไม้พะยูงจึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์ป่าไม้ของประเทศไทย การที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า การบังคับใช้กฎหมายมีความเข้มงวดมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้บูรณาการความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง การสนธิกำลังร่วมกันทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในที่สุด
การแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าไม้ จะเป็นหนทางสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถรักษาป่าไม้ของประเทศไทยให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ถึงเเม้การจับกุมครั้งนี้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เรายังต้องร่วมมือกันต่อไปเพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอย่างจริงจัง เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าของประเทศเราให้คงอยู่สืบไป เพราะการรวบ 2 หนุ่มใหญ่ ลักลอบแปรรูปไม้พะยูง ขุนหาญ เป็นเเค่ส่วนหนึ่งของปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน
การกระทำผิดในลักษณะนี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างร้ายแรง เราจึงต้องร่วมมือกันอย่างเข้มเเข็งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เเบบนี้ขึ้นอีก
ที่มา – ปกครองขุนหาญ สนธิกำลัง ทหาร-ป่าไม้ บุกรวบ 2 หนุ่มใหญ่ ลักลอบแปรรูปไม้พะยูง ติดชายแดนไทย-กัมพูชา