รวบ 2 อดีตนักโทษขนยาบ้า 3 ล้านเม็ด

เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการเตรียมขนยาบ้าจำนวนมากจากพื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหารไปส่งให้ลูกค้าในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 3,030,000 เม็ด และรถกระบะที่ใช้ในการลำเลียง

คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน หลังเจ้าหน้าที่สามารถรวบ 2 อดีตนักโทษขนยาบ้า 3 ล้านเม็ดได้ในพื้นที่อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาทั้งสองรายเป็นชายอายุ 38 ปี และ 40 ปี เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าเคยรู้จักเครือข่ายยาเสพติดระหว่างถูกจำคุกในคดีเก่า และหลังพ้นโทษได้กลับเข้าไปเกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดอีกครั้ง

รวบ 2 อดีตนักโทษขนยาบ้า 3 ล้านเม็ดกลางเส้นทาง

เจ้าหน้าที่วางกำลังติดตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะใช้ลำเลียงยาเสพติด กระทั่งพบรถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ชะลอจอดบริเวณทางลงสะพานเทพสุดาฯ ในพื้นที่อำเภอหนองกุงศรี จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด

ผลการตรวจค้นพบกระสอบถุงดำจำนวน 15 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่บริเวณเบาะหลังคนขับ ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนมาก เมื่อนับรวมทั้งหมดพบว่ามียาบ้าประมาณ 3.03 ล้านเม็ด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมยึดของกลางและรถยนต์ไว้ตรวจสอบตามขั้นตอน

รวบ 2 อดีตนักโทษขนยาบ้า 3 ล้านเม็ด รับค่าจ้างคนละ 4 หมื่น

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่าได้รับการว่าจ้างจากเอเย่นต์ชาวไทยที่อยู่ในประเทศลาว โดยติดต่อประสานงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนเดินทางไปรับยาบ้าบริเวณชายแดนริมแม่น้ำโขง แล้วนำมาส่งต่อในพื้นที่อำเภอท่าคันโทและอำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์

สำหรับค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ ผู้ต้องหาตกลงจะได้รับเงินคนละ 40,000 บาท ทั้งคู่ยอมรับว่าทำหน้าที่ดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ติดตามและสกัดจับได้เสียก่อน สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดมักใช้ผู้ที่มีประสบการณ์หรือมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายเดิมกลับมาทำหน้าที่ลำเลียง

  • ของกลาง: ยาบ้ารวม 3,030,000 เม็ด บรรจุในกระสอบถุงดำ 15 กระสอบ
  • ยานพาหนะ: รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา
  • เส้นทางลำเลียง: จากพื้นที่ชายแดนจังหวัดมุกดาหารไปยังจังหวัดกาฬสินธุ์
  • ค่าจ้าง: ผู้ต้องหาแต่ละรายจะได้รับเงิน 40,000 บาท
  • ผลตรวจเบื้องต้น: พบสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ต้องหาทั้งสองราย

นอกจากการตรวจยึดยาบ้าจำนวนมากแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจปัสสาวะผู้ต้องหาทั้งสองราย และพบสารเสพติดในร่างกาย จึงรวบรวมผลตรวจ รวมถึงพยานหลักฐานจากรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และเส้นทางการเดินทาง เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีต่อไป การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดตั้งแต่พื้นที่ชายแดน ก่อนที่จะถูกกระจายเข้าสู่ชุมชนหรือพื้นที่เศรษฐกิจ

ผู้ต้องหาทั้งสองรายถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองกุงศรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำเพิ่มเติม ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่น และขยายผลไปยังผู้ว่าจ้างหรือเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง คดีนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ทำหน้าที่ขนส่งเท่านั้น แต่ยังมุ่งติดตามผู้สั่งการและแหล่งพักยาเสพติดด้วย

กรณีรวบ 2 อดีตนักโทษขนยาบ้า 3 ล้านเม็ดยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า การกลับเข้าสู่เครือข่ายยาเสพติดหลังพ้นโทษอาจนำไปสู่โทษทางกฎหมายที่รุนแรงและสร้างความเสียหายต่อสังคม ผู้ที่พบเห็นเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อช่วยกันป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่กระจายไปถึงเยาวชนและครอบครัว ชุมชนทุกแห่งสามารถมีส่วนร่วมในการลดปัญหาได้ด้วยการเฝ้าระวังและแจ้งข้อมูลอย่างปลอดภัย

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าการปราบปรามยาเสพติดจำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสกัดกั้นตามแนวชายแดน การติดตามเส้นทางการเงิน และการขยายผลไปยังผู้บงการ หากประชาชนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และไม่เพิกเฉยต่อความผิดปกติ ก็จะช่วยลดโอกาสที่ยาเสพติดจำนวนมหาศาลจะถูกนำเข้าสู่พื้นที่ชุมชนได้

ที่มา – ออกคุกไม่เข็ด! รวบ 2 อดีตนักโทษ รับจ้างเอเย่นต์ฝั่งลาว ขนยาบ้า 3 ล้านเม็ดแลกเงิน 4 หมื่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *