รอมา 3 ทศวรรษ! ‘อัครนันท์’ เร่งสร้างโรงอาหารท่าลี่วิทยา

ในวันที่ 9 พฤษภาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงพื้นที่จังหวัดเลย เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติภัยและอาคารชำรุดทรุดโทรม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเลยและผู้บริหารการศึกษาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น รอมา 3 ทศวรรษ! ‘อัครนันท์’ เร่งเครื่องสร้างโรงอาหารท่าลี่วิทยา เติมคุณภาพชีวิตนักเรียน เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สร้างความหวังให้กับชุมชนการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล

รอมา 3 ทศวรรษ! ‘อัครนันท์’ เร่งเครื่องสร้างโรงอาหารท่าลี่วิทยา เติมคุณภาพชีวิตนักเรียน

การลงพื้นที่ครั้งนี้เริ่มต้นที่โรงเรียนบ้านนาค้อ อำเภอปากชม ซึ่งอาคารเรียนได้รับความเสียหายหนักจากพายุ หากรอตามกระบวนการงบประมาณปกติต้องใช้เวลานานถึง 16 เดือน นักเรียนจะขาดแคลนที่เรียนชั่วคราว นายอัครนันท์จึงสั่งการเร่งผลักดันงบประมาณพิเศษเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทันที ต่อมาได้ใช้มื้ออาหารกลางวันร่วมกับนักเรียนและครู พร้อมรับฟังปัญหาจากโรงเรียนอื่นๆ เช่น โรงเรียนบ้านใหม่ที่ต้องการปรับปรุงโรงอาหาร และที่สำคัญคือ โรงเรียนท่าลี่วิทยา โรงเรียนมัธยมแห่งเดียวในอำเภอท่าลี่

โรงเรียนท่าลี่วิทยาเผชิญปัญหาขาดโรงอาหารมานานกว่า 30 ปี หรือ 3 ทศวรรษ ปัจจุบันต้องใช้พื้นที่ใต้ถุนอาคารเรียนเป็นโรงอาหารชั่วคราว รองรับได้เพียง 200 ที่นั่ง แต่มีนักเรียนและบุคลากกรวมกว่า 900 คน ส่งผลให้การรับประทานอาหารไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย นายอัครนันท์รับทราบปัญหาอย่างจริงจัง และให้คำแนะนำในการปรับแผนขอรับการจัดสรรงบประมาณให้ผ่านการอนุมัติได้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้โรงอาหารใหม่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตนักเรียน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการเรียนรู้

ปัญหาอาคารเรียนชำรุดในโรงเรียนบ้านไร่สุขสันต์

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบอาคารเรียนไม้แบบ ป.1 ฉบับพิเศษของโรงเรียนบ้านไร่สุขสันต์ อำเภอภูหลวง ซึ่งโครงสร้างถูกปลวกกัดกินจนผุพัง เสี่ยงอันตรายต่อนักเรียนและครู กระทรวงศึกษาธิการเตรียมจัดสรรงบซ่อมแซม เปลี่ยนเป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ลดปัญหาซ้ำซากในอนาคต ช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินในระยะยาว

แนวทางลดภาระครูและยกระดับการศึกษา

นายอัครนันท์เปิดโอกาสให้ครูสะท้อนปัญหาโดยตรง โดยมุ่งลดภาระงานที่ไม่จำเป็น เช่น ยกเลิกการแข่งขันที่ไม่สำคัญ ลดการอบรมที่ซ้ำซ้อน และลดเอกสาร เช่น การตรวจรับพัสดุ เพื่อให้ครูมีเวลาสอนนักเรียนเต็มที่ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำบทบาทของศูนย์พิทักษ์สิทธิบุคลากรทางการศึกษา ดูแล 4 ด้านหลัก ทั้งความปลอดภัย สวัสดิภาพ และอื่นๆ โดยจะนำทุกข้อเสนอไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อดำเนินการทันที

  • ปัญหาหลักที่พบ: อาคารเสียหายจากพายุและปลวก
  • ขาดโรงอาหารมาตรฐาน รอคอยมานาน
  • ภาระงานครูมากเกินไป
  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

นายอัครนันท์กล่าวว่า “ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ผมลงพื้นที่ดูความเดือดร้อนของนักเรียนและบุคลากร สิ่งสำคัญคือต้องมีพื้นที่ปลอดภัยก่อนเปิดเทอม การซ่อมแซมต้องแข็งแรงมั่นคง แก้ปัญหายั่งยืน เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินคุ้มค่า”

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาสถานศึกษาให้เท่าเทียมทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลอย่างจังหวัดเลย รอมา 3 ทศวรรษ! ‘อัครนันท์’ เร่งเครื่องสร้างโรงอาหารท่าลี่วิทยา เติมคุณภาพชีวิตนักเรียน จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนมีสภาพแวดล้อมดีขึ้น ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระยะยาว

ในมุมมองของเรา การมีผู้นำที่ลงพื้นที่จริงแบบนี้คือกุญแจสู่การปฏิรูปการศึกษา ชวนทุกท่านติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้ และแชร์ประสบการณ์ปัญหาสถานศึกษาในพื้นที่ของคุณ เพื่อให้การศึกษาของไทยก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น

ที่มา – ​รอมา 3 ทศวรรษ! ‘อัครนันท์’ เร่งเครื่องสร้างโรงอาหารท่าลี่วิทยา เติมคุณภาพชีวิตนักเรียน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *