ระบบความปลอดภัยล้มเหลว! ไม่ยกเลิกสัญญาไอทีดี

ระบบความปลอดภัยล้มเหลว! ไม่ยกเลิกสัญญาไอทีดี

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีอุบัติเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในโครงการระดับชาติ ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน และโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ซึ่งมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือไอทีดี เป็นผู้รับจ้างหลัก เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้ออกมาแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากเครื่องจักรชำรุด แต่ชัดเจนว่าเกิดจาก ระบบความปลอดภัยล้มเหลว! ไม่ยกเลิกสัญญา “ไอทีดี” อย่างที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

จากการตรวจสอบพบว่า การทำงานในหน้างานทั้งสองโครงการละเลยขั้นตอนความปลอดภัยอย่างร้ายแรง ทั้งการไม่มีวิศวกรควบคุมงานประจำหน้างาน การไม่ขออนุญาตทำงานในพื้นที่เสี่ยง และการใช้เครื่องจักรที่ขาดการตรวจสอบตามมาตรฐาน ส่งผลให้เกิดเหตุสลดคานปูนและเครนถล่มลงมา ซึ่งถือเป็นบทเรียนราคาแพงของการบริหารจัดการงานก่อสร้างขนาดใหญ่

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจในโครงการมอเตอร์เวย์ M82

เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกสัญญา ระบบความปลอดภัยล้มเหลว! ไม่ยกเลิกสัญญา “ไอทีดี” ในส่วนของกรมทางหลวง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ได้อธิบายเหตุผลที่ยังไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ในขณะนี้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • หากยกเลิกสัญญาจะทำให้โครงการหยุดชะงักนานกว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • มีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยหากทิ้งหน้างานที่ยังก่อสร้างค้างไว้
  • ต้องเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องและข้อพิพาททางกฎหมาย ซึ่งจะกระทบต่อประโยชน์ของประชาชน
  • คณะกรรมการกลั่นกรองวิเคราะห์แล้วว่า การดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเปลี่ยนทีมงานเป็นทางเลือกที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณชนน้อยที่สุด

ทั้งนี้ ทล. ได้สั่งการให้ไอทีดีหยุดปฏิบัติงานทันที และต้องนำบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครนระดับสากลเข้ามาดำเนินการแทน เพื่อเร่งให้งานก่อสร้างจบตามแผนภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดยในขณะนี้งานมีความคืบหน้าไปมากแล้วถึง 88%

มุมมองจากฟากฝั่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

ในฝั่งของโครงการรถไฟความเร็วสูง ตัวแทนจาก รฟท. ชี้แจงว่าสถานการณ์ของโครงการมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ประเด็น ระบบความปลอดภัยล้มเหลว! ไม่ยกเลิกสัญญา “ไอทีดี” ก็ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญ โดยที่ผ่านมามีการสั่งระงับงานไปแล้ว 90 วันตามเงื่อนไขสัญญา ซึ่งหากระงับนานกว่านี้ รฟท. อาจเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าเกือบ 99% และมีการประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ 120 ล้านบาท ซึ่งบริษัทรับเหมาจะต้องรับผิดชอบตามวงเงินประกันที่มีอยู่

ข้อคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ: บทเรียนจากอุบัติเหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ต่อให้มีเทคโนโลยีที่ดีเพียงใด แต่หากขาดการบริหารจัดการและมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Management System) ที่เข้มงวด อุบัติเหตุก็พร้อมจะเกิดขึ้นได้เสมอ การนำระบบเซนเซอร์แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์มาใช้ในโครงการสะพานยกระดับทุกแห่ง จึงเป็นก้าวสำคัญที่หน่วยงานรัฐต้องยกระดับขึ้นทันที ไม่ใช่แค่เพื่อปฏิบัติตามสัญญา แต่เพื่อชีวิตของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นสำคัญ

ที่มา – ระบบความปลอดภัยล้มเหลว! ไม่ยกเลิกสัญญา “ไอทีดี” ปมเครน-คานถล่ม “รถไฟไฮสปีด-มอเตอร์เวย์ M82”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *