ลุงวัยเกษียณควักปืนยิงแฟนสาวรุ่นลูก
คดีสะเทือนขวัญในประเทศบราซิลกลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจ หลังหญิงสาววัย 24 ปีเสียชีวิตจากเหตุยิงกันที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในรัฐเซาเปาโล โดยผู้ต้องสงสัยเป็นชายเจ้าของฟาร์มวัย 62 ปี ซึ่งเคยคบหากับเธอประมาณ 4 เดือน เหตุการณ์นี้ถูกจับตามองในประเด็นความรุนแรงในความสัมพันธ์ และการคุกคามที่อาจเกิดขึ้นก่อนนำไปสู่เหตุร้าย
ตามรายงานข่าว ปริสซิลา ลาแซร์ดา คุสโตดิโอ นักการตลาดดิจิทัลชาวบราซิล เดินทางไปยังฟาร์มของอดีตแฟนหนุ่มเพื่อคืนรถกระบะที่เคยยืมไปใช้ ก่อนหน้านั้นทั้งสองมีปากเสียงกันทางโทรศัพท์ และฝ่ายหญิงตัดสินใจบอกเลิกความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอเดินทางไปถึงสถานที่เกิดเหตุ มีรายงานว่าชายวัย 62 ปีใช้อาวุธปืนยิงใส่เธอจนเสียชีวิต
ลุงวัยเกษียณควักปืนยิงแฟนสาวรุ่นลูก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าพี่ชายของผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินทางไปกับเธอเพราะเธอรู้สึกหวาดกลัวและไม่ต้องการไปพบอดีตแฟนหนุ่มเพียงลำพัง รายงานระบุว่ากระสุนถูกบริเวณหน้าอกและแขนของหญิงสาว ทำให้เธอเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นผู้ต้องสงสัยยังเล็งปืนไปทางพี่ชายของเธอและวิ่งไล่ตาม ก่อนหลบหนีออกจากบริเวณดังกล่าว
เจ้าหน้าที่บราซิลได้ออกหมายจับชายคนดังกล่าว และจัดให้คดีนี้อยู่ในข่าย “อิตถีฆาต” หรือ Femicide ซึ่งหมายถึงการฆาตกรรมผู้หญิงโดยมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับเพศสภาพ หรือการเลือกเหยื่อเพราะเป็นผู้หญิง การใช้คำดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่มีลักษณะเฉพาะ และจำเป็นต้องได้รับการสอบสวนอย่างรอบด้าน
ลุงวัยเกษียณควักปืนยิงแฟนสาวรุ่นลูก หลังมีสัญญาณคุกคาม
เพื่อนของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นว่า ก่อนเกิดเหตุ ปริสซิลาเคยเล่าว่าแฟนหนุ่มมีพฤติกรรมให้คนคอยติดตามสอดส่อง รวมถึงเคยพูดข่มขู่ทำร้ายเธอ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเขามักซักถามเรื่องการเดินทาง กล่าวหาว่าเธอนอกใจ และเคยทำร้ายร่างกายเธอก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน
ข้อมูลเหล่านี้เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้สังคมหันมาให้ความสนใจกับสัญญาณเตือนของความสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย เพราะพฤติกรรมควบคุมชีวิต การติดตาม การข่มขู่ และการใช้ความรุนแรง ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงความหึงหวงหรือเรื่องส่วนตัว การบอกเลิกอาจเป็นช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเคยแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวมาก่อน
ก่อนเดินทางไปฟาร์ม ปริสซิลาจึงขอให้พี่ชายและเพื่อนร่วมทางไปด้วย เพื่อเพิ่มความปลอดภัย การตัดสินใจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเธอรับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างในความสัมพันธ์ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงรุนแรงเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด
ประวัติคำสั่งคุ้มครองของผู้ต้องสงสัย
รายงานข่าวยังระบุว่า ผู้ต้องสงสัยเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนคำสั่งคุ้มครองของศาล ซึ่งอดีตคนรักอีกคนหนึ่งเคยยื่นขอไว้ โดยในเดือนธันวาคม 2564 เขาเคยถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 3 เดือน 15 วัน ตัวแทนทางกฎหมายระบุว่าคดีกำลังอยู่ระหว่างการทบทวน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อผู้ต้องสงสัยได้
ประวัติดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการบังคับใช้คำสั่งคุ้มครอง และการช่วยเหลือผู้ที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากความรุนแรงในครอบครัวหรือความสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด ตั้งแต่ข้อความข่มขู่ ประวัติการทำร้ายร่างกาย ไปจนถึงคำให้การของพยานที่อยู่ในเหตุการณ์
เพื่อนของปริสซิลาอธิบายว่าเธอเป็นคนดี สุภาพ และไม่เคยพูดจาร้ายใส่ใคร การสูญเสียครั้งนี้จึงสร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดอย่างมาก ขณะเดียวกัน คดียังอยู่ในกระบวนการติดตามตัวและสอบสวน จึงควรนำเสนอข้อมูลโดยยึดข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่และหลีกเลี่ยงการตัดสินรายละเอียดที่ยังไม่มีคำพิพากษา
ข้อควรรู้เกี่ยวกับสัญญาณอันตรายในความสัมพันธ์
- การติดตามหรือสอดส่องทุกการเดินทางและการติดต่อ
- การข่มขู่ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นเมื่ออีกฝ่ายต้องการเลิกรา
- การกล่าวหาและควบคุมโดยไม่มีเหตุผล รวมถึงการจำกัดการพบครอบครัวหรือเพื่อน
- การทำร้ายร่างกาย ผลัก ตบ ต่อย หรือทำลายสิ่งของเพื่อข่มขวัญ
- การไม่เคารพคำสั่งศาลหรือขอบเขตที่อีกฝ่ายกำหนดไว้อย่างชัดเจน
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรบอกคนที่ไว้ใจ เก็บหลักฐานการข่มขู่ วางแผนเดินทางในสถานที่ปลอดภัย และติดต่อหน่วยงานช่วยเหลือหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที ไม่ควรเผชิญหน้ากับผู้มีอาวุธหรือผู้ที่มีพฤติกรรมรุนแรงเพียงลำพัง
คดีลุงวัยเกษียณควักปืนยิงแฟนสาวรุ่นลูกเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความรุนแรงในความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรรอให้เกิดเหตุร้ายก่อนจึงขอความช่วยเหลือ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญการคุกคาม ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก และขอความช่วยเหลือจากครอบครัว หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
ที่มา – ลุงวัยเกษียณควักปืนจ่อยิงแฟนสาวรุ่นลูกดับสลดหลังโดนบอกเลิกทางโทรศัพท์

