ล่าแก๊งลอบค้า นกชนหิน สัตว์ป่าสงวนหายากของไทย
ความคืบหน้าการล่าแก๊งลอบค้า นกชนหิน สัตว์ป่าสงวนหายากของไทย
เป็นประเด็นที่คนรักสัตว์และประชาชนชาวไทยให้ความสนใจอย่างมากครับ สำหรับคดีการลักลอบนำ นกชนหิน สัตว์ป่าสงวนสุดหายากออกนอกประเทศทางสนามบินดอนเมือง ล่าสุดทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดเพื่อเร่งตามตัวผู้กระทำผิด ซึ่งนกชนหินเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งและอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญา CITES การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงและสะเทือนใจผู้พบเห็นเป็นอย่างมากครับ
เปิดเบื้องหลังขบวนการ ล่าแก๊งลอบค้า นกชนหิน สัตว์ป่าสงวนหายากของไทย
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า มีผู้ร่วมขบวนการอย่างน้อย 3 คน ทำหน้าที่ส่งผู้ต้องหาชาวอินเดียที่สนามบินดอนเมือง โดยตรวจพบกระเป๋าเดินทางสีดำความจุประมาณ 24 นิ้ว ซึ่งถูกโหลดผ่านเคาน์เตอร์เช็กอิน และเมื่อตรวจเอกซเรย์ดูภายในกลับพบสัตว์ป่าถูกซุกซ่อนไว้อย่างมีเล่ห์เหลี่ยม นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ได้ทำเพียงลำพัง แต่มีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบภายใต้ขบวนการมิจฉาชีพข้ามชาติ
- นกชนหินเหลือในธรรมชาติไทยไม่ถึง 100 ตัว
- เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
- สถานะถูกจัดอยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญพันธุ์ (Critically Endangered)
หลายคนคงเกิดคำถามตัวโตๆ ว่า สัตว์ป่าหายากเช่นนี้เล็ดลอดผ่านระบบรักษาความปลอดภัยในสนามบินไปได้อย่างไร ในขณะที่สนามบินปลายทางในต่างประเทศกลับตรวจพบแทบจะทันที ประเด็นนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างการท่าอากาศยาน ศุลกากร และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ต้องหันมาทบทวนมาตรการตรวจคัดกรองกันใหม่แบบขนานใหญ่ครับ
หากเราไม่ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดกว่านี้ ไทยอาจตกเป็นทางผ่านของขบวนการค้าสัตว์ป่าไปอีกนาน ซึ่งไม่เพียงแต่กระทบต่อชีวิตของ นกชนหิน เท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของประเทศและความเชื่อมั่นจากนานาชาติด้วย การถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาครั้งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เพื่อไม่ให้สัตว์ป่าสงวนอันล้ำค่าของเราต้องกลายเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพอีกต่อไปครับ หวังว่าหน่วยงานเจ้าของพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเร่งนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด