วรศิษฎ์มั่นใจไม่กระทบการทำงาน หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลลุงและพ่อ
วรศิษฎ์มั่นใจไม่กระทบการทำงาน หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลลุงและพ่อ
กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกมาประกาศชี้มูลความผิดกรณีโครงการก่อสร้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อ.ควนโดน จ.สตูล โดยเกี่ยวข้องกับบุคคลใกล้ชิดของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ซึ่งเป็นทั้งลุงและคุณพ่อ งานนี้เจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า วรศิษฎ์มั่นใจไม่กระทบการทำงาน หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลลุงและพ่อ อย่างแน่นอน
นายวรศิษฎ์ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 โดยมองว่าทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และเน้นย้ำในหลักการที่ว่าทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน จึงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อไป
ผลงานจะเป็นตัวพิสูจน์ความเชื่อมั่น
นอกจากประเด็นเรื่องคดีความแล้ว หลายคนยังตั้งคำถามว่ากระแสข่าวนี้จะส่งผลต่อคะแนนนิยมทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งนายวรศิษฎ์ได้แสดงทัศนะไว้อย่างน่าสนใจว่า:
- คะแนนนิยมไม่ได้มาเพียงเพราะกระแสข่าว แต่ขึ้นอยู่กับผลงานที่จับต้องได้
- หากตนทำงานไม่ดี คะแนนนิยมก็จะลดลงตามธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะประเด็นของครอบครัว
- การแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับงานบริหารราชการแผ่นดินเป็นสิ่งที่ตนยึดถือมาโดยตลอด
เมื่อถามถึงกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีหรือฉายารัฐมนตรีลูกเทพ นายวรศิษฎ์เปิดใจว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด เพราะในฐานะรัฐมนตรี หน้าที่หลักคือการตั้งใจทำงานให้เต็มที่ หากยังทำไม่เต็มที่ก็ต้องเร่งมือให้มากขึ้น เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง
โดยสรุปแล้ว การยืนยันว่า วรศิษฎ์มั่นใจไม่กระทบการทำงาน หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลลุงและพ่อ แสดงให้เห็นถึงความหนักแน่นในการเผชิญหน้ากับความจริง โดยมุ่งเน้นที่การพิสูจน์ตัวเองในระยะยาวผ่านผลงาน ไม่ใช่วาทกรรมหรือกระแสสังคมชั่วคราว ท้ายที่สุดแล้วในโลกของการเมือง ผลของงานและความโปร่งใสจะเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันถึงความน่าเชื่อถือของตัวรัฐมนตรีได้ดีที่สุด