วันวิชิตชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาล นายกฯยังแข็งแรง
กระแสข่าวการเมืองเรื่องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลว่าอาจมีกลุ่มอำนาจหรือ “สัญญาณพิเศษ” ต้องการล้มรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นว่า จากข้อมูลและบรรยากาศทางการเมืองในขณะนี้ ยังไม่พบสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนอกระบบ
ผศ.ดร.วันวิชิตมองว่า ข่าวลือดังกล่าวอาจเกิดจากความไม่พอใจต่อการทำงานของรัฐบาล หรือเป็นความเห็นของกลุ่มการเมืองบางฝ่าย แต่การพูดถึงการล้มรัฐบาลควรพิจารณาให้รอบด้าน โดยเฉพาะคำถามสำคัญว่า หากรัฐบาลชุดปัจจุบันพ้นจากอำนาจ ใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อ และรัฐบาลชุดใหม่จะสามารถจัดการกับปัญหาความมั่นคงที่เกิดขึ้นหลายด้านได้ดีกว่าหรือไม่
วันวิชิตชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาล
ประเด็นที่ถูกจับตามองไม่ได้มีเพียงเสถียรภาพทางการเมืองภายในประเทศ แต่ยังรวมถึงภารกิจด้านความมั่นคงและการต่างประเทศที่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง รัฐบาลต้องรับผิดชอบสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา กระบวนการเจรจาและประนอมข้อพิพาทภายใต้กรอบ UNCLOS ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงสถานการณ์ฝั่งเมียนมาที่อาจส่งผลกระทบต่อไทยในหลายมิติ
หากเกิดการเปลี่ยนรัฐบาลระหว่างที่ภารกิจสำคัญยังไม่เสร็จสิ้น นโยบายและการประสานงานด้านความมั่นคงอาจสะดุดได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ข้อมูลต่อเนื่องและความเข้าใจในรายละเอียด การเปลี่ยนผู้รับผิดชอบกลางทางจึงอาจทำให้การเจรจาเสียจังหวะ รวมถึงทำให้คู่เจรจาต่างประเทศต้องกลับมาประเมินท่าทีของไทยใหม่อีกครั้ง
วันวิชิตชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาลจากสถานการณ์ความมั่นคง
กรณีไทย–กัมพูชาเป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีขั้นตอนดำเนินการอีกเป็นระยะเวลาประมาณ 12 เดือน ทีมงานของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง จึงควรได้รับโอกาสให้เดินหน้าภารกิจจนจบกระบวนการ
เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอธิปไตย เกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของประเทศ การตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบเพียงเพราะความขัดแย้งทางการเมืองอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม รัฐบาลควรแยกภารกิจระดับประเทศออกจากการแข่งขันทางการเมือง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบและรักษาผลประโยชน์ของไทยในระยะยาว
ความสัมพันธ์รัฐบาลกับกองทัพยังเป็นไปตามปกติ
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ผศ.ดร.วันวิชิตเชื่อว่า ทั้งสองฝ่ายยังสามารถทำงานร่วมกันได้ในลักษณะ “ทีมไทยแลนด์” โดยนายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการทำงานของกองทัพ และยังไม่มีการปลดหรือเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการเหล่าทัพอย่างผิดปกติ การประสานงานด้านความมั่นคงจึงยังเดินหน้าตามขั้นตอนปกติ
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงยังไม่เห็นเหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่ากองทัพจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาล หรือมีการทำข้อตกลงลับระหว่างกลุ่มอำนาจต่าง ๆ เพราะในเวลานี้ฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคงต่างต้องพึ่งพาและร่วมมือกัน โดยเฉพาะการดูแลอธิปไตยของประเทศและการรับมือกับความท้าทายบริเวณแนวชายแดน
- ด้านการเมือง: ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่ามีการเตรียมเปลี่ยนรัฐบาลนอกระบบ
- ด้านความมั่นคง: ภารกิจชายแดนและสถานการณ์รอบประเทศยังต้องอาศัยการทำงานต่อเนื่อง
- ด้านการต่างประเทศ: กระบวนการไทย–กัมพูชาควรเดินหน้าด้วยทีมงานที่มีความเข้าใจในรายละเอียด
- ด้านกองทัพ: การประสานงานกับรัฐบาลยังเป็นไปตามปกติและไม่มีสัญญาณเคลื่อนไหวพิเศษ
เสรีภาพในการวิจารณ์ยังสะท้อนการตรวจสอบรัฐบาล
ผศ.ดร.วันวิชิตยังไม่เห็นด้วยกับการกล่าวหาว่า ประเทศไทยอยู่ภายใต้ “ระบอบเนวิน–อนุทิน” หรือรัฐบาลใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ เพราะหากรัฐบาลสามารถควบคุมทุกองค์กรและปิดกั้นเสรีภาพได้จริง สื่อมวลชนและประชาชนคงไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีได้อย่างเปิดเผยในแต่ละวัน
การที่สื่อและประชาชนยังตั้งคำถาม ตรวจสอบ และแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลได้ แสดงให้เห็นว่ายังมีพื้นที่สำหรับเสรีภาพทางการเมืองอยู่ แม้การวิจารณ์บางส่วนอาจมีความรุนแรงหรือเต็มไปด้วยความเห็นต่าง แต่สิ่งสำคัญคือสังคมควรแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับข่าวลือ และไม่ควรนำข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานมาสร้างความตื่นตระหนก
ในกรณีที่องค์กรอิสระหรือกระบวนการยุติธรรมมีคำวินิจฉัยต่อรัฐบาลหรือบุคคลใด ทุกฝ่ายย่อมต้องยอมรับและดำเนินการตามกฎหมาย การตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่แตกต่างจากการเผยแพร่ข่าวลือเรื่อง “สัญญาณพิเศษ” ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์คลาดเคลื่อนและเพิ่มความขัดแย้งในสังคม
โดยสรุป ผศ.ดร.วันวิชิตเห็นว่า รัฐบาลนายอนุทินยังมีความเข้มแข็งและสามารถเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ ขณะเดียวกันยังไม่ปรากฏสัญญาณจากกองทัพหรือกลุ่มอำนาจใดที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนอกระบบ การทำงานแบบทีมไทยแลนด์จึงยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ภารกิจด้านความมั่นคงและการเจรจาระหว่างประเทศยังไม่เสร็จสิ้น
มุมมองที่ควรติดตามต่อจากนี้คือ รัฐบาลจะรักษาความต่อเนื่องของนโยบายและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มากเพียงใด การสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสจะช่วยลดพื้นที่ของข่าวลือ และทำให้สังคมประเมินสถานการณ์จากข้อเท็จจริงมากกว่าการคาดเดา หากทุกฝ่ายเคารพกติกาและให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองก็จะไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อภารกิจด้านความมั่นคง
ติดตามข่าวการเมืองอย่างมีวิจารณญาณ ตรวจสอบแหล่งที่มา และร่วมกันใช้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสถานการณ์ประเทศ
ที่มา – ‘วันวิชิต’ชี้ไร้สัญญาณพิเศษ’ล้มรัฐบาล’ นายกฯยังแข็งแรง’กองทัพ’หนุน