วันศารทวิษุวัต 23 ก.ย. กลางวันกลางคืนเท่ากัน

วันศารทวิษุวัต เป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 23 กันยายน 2569 ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ทำให้หลายพื้นที่ทั่วโลกมีช่วงเวลากลางวันและกลางคืนใกล้เคียงกัน ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของฤดูกาลในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้

วันศารทวิษุวัต คืออะไร

คำว่า “ศารทวิษุวัต” มาจากแนวคิดเรื่องช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ตรงเส้นศูนย์สูตรพอดี ส่งผลให้แสงอาทิตย์กระจายไปยังซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้อย่างใกล้เคียงกัน ในทางดาราศาสตร์ วันดังกล่าวเรียกว่า Autumnal Equinox หรือวิษุวัตฤดูใบไม้ร่วงสำหรับซีกโลกเหนือ

ในวันที่เกิดปรากฏการณ์ ดวงอาทิตย์จะขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกและตกบริเวณทิศตะวันตกมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า หลายคนจึงเข้าใจว่ากลางวันและกลางคืนจะยาว 12 ชั่วโมงเท่ากันอย่างพอดี แต่ในความเป็นจริงอาจมีความแตกต่างเล็กน้อยจากวิธีการกำหนดเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก รวมถึงผลกระทบจากชั้นบรรยากาศโลก

วันศารทวิษุวัตกับฤดูกาลทั่วโลก

สำหรับประเทศในซีกโลกเหนือ เช่น ประเทศแถบยุโรป อเมริกาเหนือ แอฟริกาตอนเหนือ และบางพื้นที่ของเอเชีย วันศารทวิษุวัตถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ร่วง หลังจากนั้นดวงอาทิตย์จะปรากฏอยู่ทางด้านใต้ของท้องฟ้ามากขึ้น ทำให้ช่วงเวลากลางวันค่อย ๆ สั้นลง และกลางคืนยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกัน ประเทศในซีกโลกใต้ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ อเมริกาใต้บางส่วน และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ จะเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเวลากลางวันจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอากาศจะค่อย ๆ อบอุ่นขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งดวงอาทิตย์

เวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 กันยายน 2569 ดวงอาทิตย์คาดว่าจะขึ้นจากขอบฟ้าประมาณเวลา 06.07 น. และตกประมาณเวลา 18.13 น. เมื่อนำเวลามาคำนวณจะพบว่าดวงอาทิตย์ปรากฏเหนือขอบฟ้านานกว่า 12 ชั่วโมงเล็กน้อย จึงอาจดูเหมือนว่ากลางวันและกลางคืนไม่ได้ยาวเท่ากันอย่างแท้จริง

สาเหตุสำคัญมาจากการนิยามเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก นักดาราศาสตร์จะนับเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ขอบบนของดวงอาทิตย์เริ่มปรากฏเหนือเส้นขอบฟ้า และนับเวลาพระอาทิตย์ตกเมื่อขอบบนของดวงอาทิตย์ลับเส้นขอบฟ้าไปแล้ว ไม่ได้ใช้จุดกึ่งกลางของดวงอาทิตย์เป็นเกณฑ์ นอกจากนี้ ชั้นบรรยากาศยังทำให้แสงจากดวงอาทิตย์หักเหและมองเห็นดวงอาทิตย์ได้นานขึ้นเล็กน้อย

ทำไมกลางวันและกลางคืนจึงไม่เท่ากันเป๊ะ

หากพิจารณาจากตำแหน่งกึ่งกลางของดวงอาทิตย์ และไม่นับผลจากการหักเหของแสงในบรรยากาศ ช่วงเวลากลางวันและกลางคืนในวันวิษุวัตจะใกล้เคียงกันประมาณ 12 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในการสังเกตการณ์จริง ผู้คนจะเห็นดวงอาทิตย์ก่อนเวลาที่จุดกึ่งกลางจะพ้นขอบฟ้า และยังเห็นแสงอาทิตย์หลังจากจุดกึ่งกลางลับขอบฟ้าไปแล้ว

ความแตกต่างดังกล่าวจึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่าการคำนวณทางดาราศาสตร์คลาดเคลื่อน แต่เป็นผลจากทั้งขนาดของดวงอาทิตย์ มุมมองจากพื้นโลก และคุณสมบัติของชั้นบรรยากาศ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ช่วงเวลาที่มีแสงสว่างในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันเล็กน้อย

หลังวันศารทวิษุวัต กลางวันจะสั้นลง

หลังผ่านวันศารทวิษุวัต ดวงอาทิตย์จะขึ้นและตกค่อนไปทางทิศใต้มากขึ้น สำหรับประเทศไทย ช่วงเวลากลางวันจะค่อย ๆ ลดลง ส่วนกลางคืนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันเหมายันในวันที่ 22 ธันวาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่กลางคืนยาวนานที่สุดของปีในซีกโลกเหนือ

  • ซีกโลกเหนือจะค่อย ๆ เปลี่ยนเข้าสู่ช่วงอากาศเย็นและฤดูหนาว
  • ซีกโลกใต้จะมีช่วงเวลากลางวันยาวขึ้นและเข้าสู่ฤดูร้อน
  • ประเทศไทยยังถือว่าอยู่ในฤดูฝน เพราะการแบ่งฤดูกาลของไทยพิจารณาจากลักษณะลมฟ้าอากาศเป็นหลัก
  • เวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งของแต่ละจังหวัด

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามทิศทางแสงและเวลาพระอาทิตย์ขึ้นตกในวันดังกล่าวได้ด้วยตนเอง โดยเลือกจุดชมวิวที่มองเห็นขอบฟ้าได้ชัดเจน และควรหลีกเลี่ยงการมองดวงอาทิตย์โดยตรงด้วยตาเปล่า หากต้องการบันทึกภาพควรใช้อุปกรณ์ที่มีฟิลเตอร์สำหรับดูดวงอาทิตย์โดยเฉพาะ

วันศารทวิษุวัต ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ที่บอกการเปลี่ยนฤดูกาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และการหมุนรอบตัวเองของโลกได้อย่างน่าสนใจ ลองใช้โอกาสนี้สังเกตท้องฟ้าและเรียนรู้ปรากฏการณ์ใกล้ตัว เพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติให้มากขึ้น

ที่มา – จับตาปรากฎการณ์ ‘วันศารทวิษุวัต’ 23 ก.ย.นี้ กลางวัน-กลางคืนยาวนานเท่ากัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *