วีระยุทธเกาะติดนโยบายท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหาความคืบหน้า
เชื่อว่าเพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวสารด้านโลจิสติกส์คงจะทราบกันดีว่า ท่าเรือแหลมฉบังเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย ล่าสุด นายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญ โดยเน้นย้ำถึงเรื่อง วีระยุทธเกาะติดนโยบายท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหาความคืบหน้า เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กระทรวงฯ วางไว้ครับ
วีระยุทธเกาะติดนโยบายท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหาความคืบหน้า
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายวีระยุทธได้รับฟังรายงานจากทีมบริหารของท่าเรือแหลมฉบัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือคือการแก้ไขปัญหาการจราจรที่แออัดภายในท่าเรือ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง ทั้งนี้ ทางกระทรวงฯ ได้กำชับให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมทางหลวงชนบทอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเดินทางและขนส่งสินค้าในเขตพื้นที่ EEC คล่องตัวมากยิ่งขึ้น
รายละเอียดการขับเคลื่อนโครงการเพื่ออนาคต
นอกจากเรื่องการจราจรแล้ว วีระยุทธเกาะติดนโยบายท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหาความคืบหน้า ยังมุ่งเน้นไปที่การใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างให้คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่ เพื่อให้เป็นลานเอนกประสงค์รองรับกิจกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งจะช่วยลดความแออัดและเพิ่มขีดความสามารถในการจัดเก็บตู้สินค้า นอกจากนี้ยังมีการนำนวัตกรรมมาปรับใช้ ดังนี้ครับ:
- ระบบ Truck Queue: นำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการคิวรถบรรทุก เพื่อลดระยะเวลารอคอยและรถสะสมหน้าท่าเรือ
- การพัฒนาพื้นที่ 83 ไร่: เร่งรัดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา เพื่อรับมือกับการเติบโตของการนำเข้า-ส่งออก
- การแก้ไขปัญหาจราจร: วางแผนระยะสั้นกลางและยาว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่
นายวีระยุทธยังได้ฝากประเด็นที่น่าสนใจไว้ว่า ทุกโครงการจะต้องสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขต้นทุนที่ลดลง หรือความเร็วในการหมุนเวียนของรถบรรทุกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก
ในฐานะที่ท่าเรือแหลมฉบังเปรียบเสมือนประตูหน้าด่านของการส่งออกสินค้าไทย การที่ภาครัฐให้ความสำคัญและลงพื้นที่ติดตามงานด้วยตัวเองเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเรากำลังก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัวครับ การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ท่าเรือของเราเติบโตได้อย่างไร้รอยต่อในอนาคต
ที่มา – ‘วีระยุทธ’ เกาะติดนโยบายท่าเรือแหลมฉบัง เร่งแก้ปัญหาเน้นความคืบหน้า
