ศาลรับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ ไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป

ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สำคัญในวงการยุติธรรมไทย เมื่อศาลรับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ ไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้นัดฟังคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ อท.75/2569 ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ยื่นฟ้อง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมกับนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และนายสุทธิชัย สังขมณี อดีตสรรพากรภาค 3 ในฐานะจำเลยที่ 1 ถึง 3 ตามลำดับ

ศาลรับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ ไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป

คดีนี้เกี่ยวข้องกับการที่จำเลยทั้งสามไม่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางในคดีดำที่ 03-3-1058/2564 ซึ่งขัดต่อหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการอุทธรณ์ ฎีกาคดีแพ่งและอุทธรณ์คดีศาลปกครอง ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0604.2/ว 44 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2549 คดีศาลรับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ ไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ปนี้ สร้างความสนใจอย่างมาก เพราะเชื่อมโยงกับประเด็นใหญ่เรื่องหุ้นชินคอร์ป ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีดังระดับชาติเกี่ยวกับการขายหุ้นของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ในอดีต

背景และที่มาของคดีศาลรับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ ไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป

คดีหุ้นชินคอร์ปเกิดขึ้นจากการขายหุ้นของบริษัทชินคอร์ปในปี 2549 ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบภาษีและการอุทธรณ์คำพิพากษา จำเลยทั้งสามในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐในขณะนั้น มีหน้าที่ต้องดำเนินการอุทธรณ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ แต่กลับละเลย ทำให้รัฐเสียหาย คดีนี้ถูกมองว่าเป็นตัวอย่างของการใช้อำนาจในทางมิชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เคยเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีหน้าที่ปราบปรามการทุจริต

ในการพิจารณาคดีวันนั้น โจทก์และจำเลยที่ 3 คือ นายสุทธิชัย สังขมณี เดินทางมาศาล ขณะที่จำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางภาค 1 ในคดี อท.95/2567 และจำเลยที่ 2 คือ นายสาธิต รังคสิริ ถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรมในคดี อท.96/2564 ศาลจึงใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ถ่ายทอดภาพและเสียงระหว่างศาลกับเรือนจำ เพื่อให้การพิจารณาดำเนินไปได้

กระบวนการพิจารณาและคำสั่งศาลในวันนั้น

ก่อนเริ่ม ศาลสอบถามจำเลยที่ 2 และ 3 เกี่ยวกับทนายความ โดยทั้งคู่แจ้งว่ายังไม่มีทนายและประสงค์ต่อสู้คดี จะแต่งตั้งทนายภายหลัง สำหรับจำเลยที่ 1 โจทก์ขอให้ศาลมีหนังสือถึงศาลภาค 1 เพื่อส่งตัวมาสอบคำให้การ หลังพิจารณา ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 2-3 ยังไม่มีทนาย และจำเลย 1 ไม่มา จึงเลื่อนไปสอบคำให้การในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น.

  • จำเลยที่ 1: น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และรองปลัดกระทรวงการคลัง
  • จำเลยที่ 2: นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร (ถูกคุมขัง)
  • จำเลยที่ 3: นายสุทธิชัย สังขมณี อดีตสรรพากรภาค 3 (ได้ประกันตัว)

นอกจากนี้ ศาลยังอนุญาตให้ประกันตัวนายสุทธิชัย ชั้นพิจารณาเป็นเงิน 800,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล คดีนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของระบบยุติธรรมไทยในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจละเลยหน้าที่

คดีศาลรับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ ไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ปยังคงเป็นที่จับตา เพราะอาจเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในยุคสมัยนั้น หากจำเลยถูกพิพากษาว่าเป็นความผิด อาจนำไปสู่การลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา รวมถึงการริบทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ คดีนี้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ระดับสูง เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางมิชอบ คุณเห็นด้วยหรือไม่ว่าการดำเนินคดีเช่นนี้จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในสถาบันรัฐได้? มาแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตคดีล่าสุดจากเรา!

ที่มา – ศาลรับฟ้องคดี ‘สุภา ปิยะจิตติ’ อดีตกรรมการ ปปช. กับพวกรวม 3 ราย ไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *