ศุภจีหารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ก่อนประชุมผู้นำ

ศุภจีหารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEM ครั้งที่ 58 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 กันยายน 2569 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยการหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่กำลังส่งผลต่อภูมิภาคอาเซียน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งมาตรการทางภาษี ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจอาเซียนยังมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2568 ภูมิภาคมีอัตราการขยายตัวประมาณร้อยละ 4.9 และคาดว่าในปี 2569 จะเติบโตต่อเนื่องที่ร้อยละ 4.5

ศุภจีหารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ผลักดันการเติบโตภูมิภาค

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียนมาจากการค้าระหว่างประเทศสมาชิก การลงทุนจากต่างประเทศ และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภายในภูมิภาค อาเซียนยังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงสำหรับการผลิต การบริการ และการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เนื่องจากมีตลาดขนาดใหญ่ ประชากรจำนวนมาก และมีความหลากหลายด้านทรัพยากร

นางศุภจีมองว่า แม้สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่อาเซียนสามารถเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสได้ โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งเป็นสาขาที่ประเทศสมาชิกมีความได้เปรียบและสามารถร่วมมือกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

ประเด็นสำคัญจากการหารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน

การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสมาชิก ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือประกอบด้วยการส่งเสริมการค้า การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

  • การยกระดับภาคเกษตร: สนับสนุนการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมเพิ่มการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • ความมั่นคงทางอาหาร: เตรียมรับมือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของราคาพลังงาน
  • การเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ: ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการผลิต
  • การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน: สร้างระบบการผลิตและการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
  • การขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ: เดินหน้าทำงานร่วมกับคู่เจรจาสำคัญของอาเซียนในสาขาเศรษฐกิจใหม่

หนึ่งในข้อเสนอที่น่าสนใจคือการเร่งจัดตั้งกลไกความร่วมมือสามฝ่ายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการผลิต เพื่อให้การกำหนดนโยบายสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากขึ้น กลไกดังกล่าวจะช่วยให้ทุกฝ่ายแลกเปลี่ยนข้อมูล วางแผนการผลิต และเตรียมรับมือกับความเสี่ยงด้านวัตถุดิบได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับประเทศไทย ความร่วมมือนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มเข้าสู่ตลาดอาเซียนและตลาดโลก ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรฐานการผลิต เทคโนโลยีดิจิทัล และความเชี่ยวชาญด้านอาหาร เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

อาเซียนเตรียมเสนอผลงานต่อที่ประชุมผู้นำเดือนพฤศจิกายน

ในปี 2569 อาเซียนสามารถจัดทำผลงานด้านเศรษฐกิจรวมกว่า 30 ประการ เพื่อวางรากฐานการเติบโตและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ผลงานเหล่านี้ครอบคลุมทั้งการค้า การลงทุน การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การพัฒนาธุรกิจ และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมใหม่

นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังร่วมวางแผนงานเชิงรุกกับคู่เจรจาสำคัญ 14 ประเทศและกลุ่มเศรษฐกิจ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย อาเซียนบวกสาม อาเซียนบวกแปด ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ แคนาดา รัสเซีย สหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

การทำงานร่วมกับคู่เจรจาเหล่านี้จะช่วยเปิดโอกาสให้อาเซียนขยายความร่วมมือในสาขาเศรษฐกิจใหม่ เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสีเขียว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างระบบการค้าที่มีความยั่งยืนมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มช่องทางให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

ศุภจีหารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน จึงไม่ได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างประเทศสมาชิกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนทิศทางการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต ผลงานทั้งหมดจะถูกรวบรวมเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียนอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2569

มุมมองที่น่าจับตาคือ อาเซียนมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของโลก หากทุกประเทศสามารถเชื่อมโยงนโยบาย การลงทุน และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้อย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยจึงควรติดตามทิศทางความร่วมมือครั้งนี้และเตรียมปรับตัว เพื่อคว้าโอกาสจากตลาดอาเซียนที่กำลังเติบโต

ที่มา – สรุปประเด็น ศุภจีหารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ก่อนเสนอประชุมสุดยอดผู้นำ พ.ย.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *