ศุภชัยสุดทน โรมใช้ กมธ. ลากเรื่องมาสอบ
ประเด็นการทำงานของคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน กลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแนวทางการทำงานของนายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการ โดยมองว่าการบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระและการเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลบางกรณี อาจไม่สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และข้อบังคับของกรรมาธิการ
ใจความสำคัญของข่าวนี้สะท้อนความขัดแย้งเรื่องขอบเขตอำนาจ การจัดระเบียบวาระ และวิธีบริหารงานภายในคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนควรติดตามอย่างรอบคอบ เพราะการทำงานของกรรมาธิการเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบฝ่ายบริหาร หน่วยงานรัฐ และประเด็นสาธารณะหลายด้าน
ศุภชัยสุดทน โรมใช้ กมธ. ลากเรื่องมาสอบ
นายศุภชัยระบุว่า ได้ทำหนังสือถึงนายรังสิมันต์เพื่อทักท้วงการทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการ โดยเฉพาะการบรรจุระเบียบวาระที่อาจไม่ได้ผ่านมติของคณะกรรมาธิการอย่างชัดเจน เขามองว่าบางเรื่องถูกนำเข้ามาพิจารณาโดยไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายฯ และอาจเป็นการพยายามเชื่อมโยงประเด็นให้เข้ากับภารกิจของคณะกรรมาธิการ
กรณีที่ถูกพูดถึงคือการเรียกน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และสามี เข้ามาให้ข้อมูลเรื่องทรัพย์สิน นายศุภชัยเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีอำนาจรองรับอย่างเพียงพอ และหากดำเนินการต่อไปโดยไม่ชัดเจน อาจทำให้เกิดข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการทั้งคณะ ไม่ใช่เฉพาะประธานเท่านั้น
ศุภชัยสุดทน โรมใช้ กมธ. ลากเรื่องมาสอบ จนเกิดคำถามเรื่องอำนาจ
อีกประเด็นหนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงวันและเวลาประชุม เดิมกรรมาธิการมีข้อตกลงว่าจะประชุมทุกวันพฤหัสบดี แต่ภายหลังมีการนัดประชุมในช่วงเช้า ช่วงบ่าย หรือวันอื่นตามความเหมาะสมของประธาน นายศุภชัยมองว่าวิธีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อกรรมาธิการคนอื่น เพราะสมาชิกแต่ละคนมีภารกิจในกรรมาธิการคณะอื่นและอาจไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ครบถ้วน
ในมุมของการบริหารงาน ประธานกรรมาธิการมีหน้าที่ประสานงานและดำเนินการประชุม แต่การตัดสินใจหลายเรื่องควรยึดมติของคณะกรรมาธิการเป็นหลัก เพื่อให้สมาชิกทุกฝ่ายมีส่วนร่วมและลดข้อครหาว่าการทำงานเป็นการตัดสินใจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง นายศุภชัยจึงตั้งข้อสังเกตว่า บางครั้งการแถลงข่าวอาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นมติของทั้งคณะ ทั้งที่ยังไม่ได้มีการพิจารณาร่วมกันอย่างเป็นทางการ
ข้อกังวลเรื่องงานซ้ำซ้อนระหว่างกรรมาธิการ
นายศุภชัยยังกล่าวถึงปัญหาการพิจารณาเรื่องที่อาจซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการคณะอื่น โดยสภาผู้แทนราษฎรมีกรรมาธิการหลายคณะและแต่ละคณะมีการแบ่งขอบเขตหน้าที่เอาไว้ หากหลายคณะเรียกหน่วยงานเดียวกันหรือข้าราชการกลุ่มเดียวกันมาชี้แจงในประเด็นใกล้เคียงกัน ย่อมทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องเสียเวลาและทรัพยากรจำนวนมาก
ตัวอย่างที่ถูกยกขึ้นมาคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตหรือการติดตามงบประมาณ ซึ่งอาจอยู่ในความรับผิดชอบของกรรมาธิการคณะอื่นอยู่แล้ว หากนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาซ้ำโดยไม่มีการประสานงาน อาจทำให้กระบวนการตรวจสอบขาดความชัดเจน และประชาชนไม่แน่ใจว่าคณะใดเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
- การบรรจุวาระ: ควรมีหลักเกณฑ์และมติที่ตรวจสอบได้
- การนัดประชุม: ควรคำนึงถึงภารกิจของสมาชิกทุกคน
- การแถลงข่าว: ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นความเห็นส่วนตัวหรือมติกรรมาธิการ
- การแบ่งงาน: ควรหลีกเลี่ยงการพิจารณาซ้ำซ้อนกับคณะอื่น
- การตรวจสอบ: ทุกขั้นตอนต้องอยู่ภายใต้ข้อบังคับและอำนาจที่กำหนด
ศุภชัยสุดทน โรมใช้ กมธ. ลากเรื่องมาสอบ ต้องรอคำตอบจากสภา
นายศุภชัยเปิดเผยว่า ได้ทำเรื่องถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้พิจารณาปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนของกรรมาธิการ พร้อมย้ำว่ากรณีการเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลเรื่องทรัพย์สินควรพิจารณาอย่างระมัดระวัง หากมีผู้ร้องเรียนว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามข้อบังคับ สมาชิกทุกคนที่เกี่ยวข้องอาจได้รับผลกระทบ
นอกจากนี้ นายศุภชัยยังยืนยันว่า แม้จะยื่นเรื่องเพียงคนเดียวก็พร้อมเดินหน้าตามขั้นตอน เพราะมองว่าปัญหานี้เป็นความอึดอัดของสมาชิกหลายคน และจำเป็นต้องทำให้การทำงานกลับมาอยู่บนหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน การตรวจสอบภายในสภาจึงควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ควรปล่อยให้ความขัดแย้งทางการเมืองบดบังข้อเท็จจริง
สำหรับประชาชน สิ่งที่ควรติดตามต่อจากนี้คือคำตอบจากประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงท่าทีของกรรมาธิการคณะดังกล่าวว่าจะปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างไร ประเด็นนี้ไม่ควรถูกมองเพียงเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล แต่ควรใช้เป็นโอกาสทบทวนระบบการทำงานของกรรมาธิการให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพบทบาทของสมาชิกทุกฝ่าย
โดยสรุป ข่าวศุภชัยสุดทน โรมใช้ กมธ. ลากเรื่องมาสอบ สะท้อนว่าการใช้อำนาจของกรรมาธิการจำเป็นต้องมีกรอบที่ชัดเจน การตั้งคำถามและการตรวจสอบเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรดำเนินการด้วยความรอบคอบ อยู่ในขอบเขตอำนาจ และไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ความเห็นของแต่ละฝ่ายจึงควรถูกนำมาพิจารณาอย่างเป็นธรรม ก่อนที่สังคมจะสรุปว่าใครถูกหรือผิด
ผู้อ่านสามารถติดตามความคืบหน้าและพิจารณาข้อมูลจากทุกฝ่าย เพื่อทำความเข้าใจบทบาทของกรรมาธิการและการตรวจสอบในรัฐสภาอย่างรอบด้าน
ที่มา – ‘ศุภชัย’สุดทน ‘โรม’ใช้ กมธ.วาระตัวเอง ลากโน่นนี่มาสอบให้ได้