สธ. จับมือ GSK ขับเคลื่อน Medical Investment Hub
กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าสร้างความร่วมมือครั้งสำคัญกับบริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GSK ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศสุขภาพและผลักดันประเทศไทยให้มีบทบาทโดดเด่นด้านการวิจัยทางคลินิก วัคซีน และนวัตกรรมทางการแพทย์ ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ สธ. จับมือ GSK ขับเคลื่อน Medical Investment Hub ซึ่งมุ่งใช้ภาคการแพทย์เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
สธ. จับมือ GSK ขับเคลื่อน Medical Investment Hub
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นโยบาย Medical Investment Hub มีเป้าหมายยกระดับศักยภาพของไทยทั้งด้านบริการสุขภาพ การวิจัยและพัฒนา รวมถึงอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุนใหม่กว่า 68,000 ล้านบาท และสร้างผลต่อเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของ GDP
นโยบายดังกล่าวประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ Service Hub ที่มุ่งพัฒนาบริการทางการแพทย์และสุขภาพ Research and Development Hub ที่ส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรม และ Product and Health Manufacturing Hub ที่สนับสนุนการผลิตยา วัคซีน และผลิตภัณฑ์สุขภาพภายในประเทศ การทำงานร่วมกันของทั้งสามด้านจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และทำให้ไทยมีความพร้อมรองรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น
ความร่วมมือ GSK เพิ่มโอกาสวิจัยวัคซีนในไทย
หนึ่งในประเด็นสำคัญของความร่วมมือคือการต่อยอดการวิจัยทางคลินิกและอุตสาหกรรมวัคซีน โดย GSK เสนอขยายการลงทุนด้านการวิจัยเพิ่มเติมประมาณ 1,500 ล้านบาท เงินลงทุนดังกล่าวจะช่วยพัฒนาความรู้ บุคลากร ห้องปฏิบัติการ และระบบสนับสนุนการวิจัยให้มีมาตรฐานสากล
การวิจัยทางคลินิกไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะต่อบริษัทผู้พัฒนายาหรือวัคซีนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยไทยมีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมทางการแพทย์และแนวทางการรักษาใหม่ ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ภายใต้กระบวนการที่ต้องผ่านการกำกับดูแลอย่างรอบคอบ มีจริยธรรม และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นสำคัญ
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพการวิจัยทางคลินิกของประเทศ ทั้งการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย และสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สามารถรองรับการวิจัยตามมาตรฐานสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- พัฒนาเครือข่ายโรงพยาบาลให้เป็นแหล่งวิจัยทางคลินิกที่มีศักยภาพ
- ยกระดับทักษะของแพทย์ นักวิจัย และทีมงานที่เกี่ยวข้อง
- ปรับปรุงระบบบริหารจัดการและกระบวนการวิจัยให้รวดเร็วขึ้น
- ส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวัคซีนและนวัตกรรมสุขภาพ
- สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและพันธมิตรจากต่างประเทศ
สำหรับ GSK บริษัทชีวเภสัชภัณฑ์ระดับโลก มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่ศูนย์กลางการวิจัยทางคลินิกของภูมิภาค ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จากการประสานงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิจัย โรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่และข้อมูลจากการใช้จริง หรือ Real-World Evidence มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนวิจัย
ในช่วงปี 2565–2569 GSK ดำเนินการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทยแล้ว 35 โครงการ ครอบคลุมสถานที่วิจัย 118 แห่ง และมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 712 ล้านบาท ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรที่สามารถรองรับงานวิจัยระดับนานาชาติได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดโครงการใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศ
นอกจากประโยชน์ด้านการแพทย์แล้ว การวิจัยและพัฒนาวัคซีนยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงานคุณภาพสูง การพัฒนาทักษะของนักวิทยาศาสตร์ การเพิ่มรายได้ให้สถานพยาบาลและสถาบันวิจัย ตลอดจนการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศในระยะยาว
เป้าหมายของ สธ. จับมือ GSK ขับเคลื่อน Medical Investment Hub จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิ่มเม็ดเงินลงทุน แต่ยังครอบคลุมการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่แข็งแรง ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการวิจัยพื้นฐาน ไปจนถึงปลายน้ำคือการนำผลงานวิจัยไปใช้จริงกับผู้ป่วยและประชาชน การวางระบบให้เชื่อมโยงกันจะทำให้ประเทศไทยสามารถตอบสนองต่อโรคอุบัติใหม่และความท้าทายด้านสุขภาพได้ดีขึ้น
มุมมองที่น่าสนใจคือ ความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับ GSK อาจเป็นต้นแบบของการจับมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมสุขภาพ หากทุกฝ่ายเดินหน้าด้วยความโปร่งใส ยึดมาตรฐานความปลอดภัย และเปิดโอกาสให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม ไทยก็มีโอกาสยกระดับจากประเทศผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ประเทศที่มีส่วนร่วมสร้างนวัตกรรมทางการแพทย์
โดยสรุป สธ. จับมือ GSK ขับเคลื่อน Medical Investment Hub เป็นก้าวสำคัญของการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางวิจัยและพัฒนาวัคซีนในภูมิภาค ความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงนวัตกรรม พัฒนาศักยภาพบุคลากร และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผู้ที่สนใจควรติดตามความคืบหน้าของโครงการ เพราะผลลัพธ์ในวันนี้อาจกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบสุขภาพไทยในอนาคต
ที่มา – สธ. จับมือ GSK ขับเคลื่อน Medical Investment Hub ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางวิจัยและพัฒนาวัคซีน



