สพฐ. ติดตามสถานการณ์โรงเรียนชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำต้องฟังข้อมูลจากทหารก่อนเปิดเรียน

ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะโรงเรียนใน 7 จังหวัดที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ชายแดน ไม่ว่าจะเป็น สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ตราด สระแก้ว และจันทบุรี ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่า การเปิดเรียนในแต่ละพื้นที่จะต้องขึ้นอยู่กับความเห็นจากหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่เท่านั้น และไม่ควรตัดสินใจจากการคาดเดาของสื่อหรือข่าวลือที่ไม่ชัดเจน

สพฐ. กำหนดแนวทางการเปิดเรียนในพื้นที่ชายแดนอย่างชัดเจน

สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ที่ยังมีความไม่สงบหรือไม่มั่นใจในความปลอดภัย สพฐ. ได้กำชับให้สถานศึกษาเปิดเป็นศูนย์พักพิงให้กับผู้ปกครองและชุมชนที่ยังไม่สามารถกลับบ้านได้ ซึ่งถือเป็นแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาวะฉุกเฉิน

นอกจากนี้ สพฐ. ยังมีการเตรียมรูปแบบการจัดการเรียนการสอนสำหรับพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเปิดเรียนได้ ใช้รูปแบบเดียวกันกับการเรียนยุคโควิด-19 ที่แบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่

  • Onsite: เปิดเรียนได้ปกติ หากโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
  • Onair: เรียนผ่านระบบ DLTV ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากทีวีการศึกษา
  • Online: ให้เรียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงเนื้อหาจากทุกที่
  • On-demand: ใช้แอปพลิเคชันในการเรียนรู้ หากมีการเชื่อมต่อที่จำกัด
  • On-hand: มอบแบบฝึกหัดหรือใบงานให้ไปเรียนที่บ้าน หากอินเทอร์เน็ตไม่มีความพร้อม

โรงเรียนจะต้องเป็นบ้านหลังที่สองของเด็ก

ในส่วนปัญหาการซ้อมเดี่ยวจากนักเรียนหญิง 3 คนที่หนีออกจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 30 ที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น ว่าที่ร้อยตรีธนุได้มองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนถึงระบบการดูแลที่ควรให้เด็กเกิดความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน โดยโรงเรียนจะต้องไม่ใช่เพียงสถานที่เรียน แต่ต้องเป็น บ้านหลังที่สองสำหรับเด็ก รวมถึงครูและบุคลากรจะต้องสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเรียนอยู่ประจำ

สพฐ. ยันยอดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 สูงถึง 231,744 ล้านบาท

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงคือการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ซึ่ง สพฐ. มีการใช้จ่ายไปแล้ว 231,744 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 88.48 ของงบประมาณทั้งหมด เลขาธิการกพฐ. กล่าวว่าการใช้จ่ายนี้สอดคล้องกับเป้าหมายและกำชับให้เขตพื้นที่และโรงเรียนเร่งเบิกจ่ายให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะสิ้นปีงบประมาณ เพื่อป้องกันไม่ให้งบประมาณถูกตัดตามกฎหมาย

ในกรณีสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากพายุพิบัตินั้น สพฐ. ระบุว่าได้มีการจัดสรรเงินและแผนฟื้นฟูแล้ว เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว

ไม่ว่าในสถานการณ์ความไม่สงบหรือภาวะฉุกเฉิน สพฐ. ยังคงยึดหลักการดูแลนักเรียนเป็นสำคัญ ทั้งในเรื่องความปลอดภัย การศึกษาไม่สะดุด และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับเด็ก โดยทุกโรงเรียนควรติดตามข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องและต่อเนื่อง

สถานการณ์ชายแดนอาจส่งผลกระทบต่อการศึกษาในระยะสั้น แต่ด้วยนโยบายที่ผ่านการวางแผนอย่างรอบคอบจากสพฐ. เราเชื่อว่าทุกโรงเรียนจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อสถานการณ์สงบ การจัดการเรียนการสอนจะดำเนินต่อไปไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าสภาวะแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงเพียงใด

ที่มา – สพฐ.ถกติดตามรร.ชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำเปิดเรียนได้ต้องฟังข้อมูลจากทหาร

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *