สภาผู้บริโภค จับตา TH-AI Passport ชี้ต้องโปร่งใส
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน โครงการภาครัฐที่มุ่งเน้นการแจกสิทธิ์การใช้งานแก่ประชาชนดูจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ล่าสุดทาง สภาผู้บริโภค ได้ออกมาเคลื่อนไหวขอให้มีการตรวจสอบโครงการนี้อย่างเข้มข้น
สภาผู้บริโภค จับตา TH-AI Passport ชี้รัฐต้องเปิดเผยรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน
ดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร จากสภาผู้บริโภคได้ตั้งคำถามสำคัญต่อโครงการดังกล่าวว่า ใครคือกลุ่มเป้าหมาย 5 ล้านคนที่แท้จริง? การแจกสิทธิ์ใช้งานโดยไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนเปรียบเสมือนการมอบรถยนต์ให้ผู้ที่ขับไม่เป็น ซึ่งอาจไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างคุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไป
ความกังวลต่อการใช้งาน TH-AI Passport และความปลอดภัยของข้อมูล
นอกจากนี้ ดร.อุดมธิปก ยังเน้นย้ำว่า สภาผู้บริโภค จับตา TH-AI Passport อย่างใกล้ชิด เพราะความกังวลหลักคือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้บริโภคจำนวนมากอาจเผลอเปิดเผยข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนตัวให้กับระบบ AI ซึ่งการไม่มีระบบกำกับดูแลที่ดีพออาจนำไปสู่ปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลได้
ประเด็นที่คนไทยควรเฝ้าระวังมีดังนี้:
- ความแม่นยำของข้อมูล: อย่าเชื่อคำตอบจาก AI เพียงแหล่งเดียว ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งอื่นประกอบเสมอ
- ภัยจากมิจฉาชีพ: ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยี AI สร้างภาพและเสียงปลอมเพื่อหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย
- ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล: การใช้งานเครื่องมือใหม่ๆ จำเป็นต้องควบคู่ไปกับการเท่าทันต่อกลลวงออนไลน์
ภาครัฐควรนำบทเรียนจากความเสียหายที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในอดีตมาเป็นอุทาหรณ์ การผลักดันโครงการ สภาผู้บริโภค จับตา TH-AI Passport ไม่ได้ต้องการขัดขวางเทคโนโลยี แต่ต้องการให้เกิดการดำเนินงานที่โปร่งใส มีหลักเกณฑ์คัดเลือกที่ชัดเจน และมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง เพื่อให้งบประมาณ 1,600 ล้านบาทถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่าและไม่กลายเป็นภาระแก่ประชาชนในอนาคต
ในมุมมองของเรา เทคโนโลยีควรมอบโอกาส แต่ต้องไม่เป็นภัยย้อนกลับมาทำร้ายผู้ใช้ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับสวัสดิการของภาครัฐ เราสนับสนุนการอัปเกรดทักษะคนไทย แต่ทุกกระบวนการต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ 100% เท่านั้น
ที่มา – “สภาผู้บริโภค” จับตา “TH-AI Passport” ชี้รัฐต้องเปิดเผยรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน