สว.อิสระ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ปม สว.138 คน
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ณ รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส และ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มอิสระ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการรวบรวมรายชื่อ สว. จำนวน 21 คน เพื่อยื่นคำร้องต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสถานะของ สว. จำนวน 138 คน ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากถูกกล่าวหาในประเด็นการฮั้วเลือก สว. หรือไม่
น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวว่า สว. กลุ่มอิสระกว่า 50 คน มีความเห็นตรงกันว่า จากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่ปรากฏจากการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ให้เห็นว่า สว. จำนวนหนึ่งมีมูลกระทำการทุจริตในการเลือก สว. ปี 2567 หรือการฮั้ว สว. ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเป็นธรรม แม้ว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่เรื่องราวเหล่านี้ได้ผ่านการไต่สวนในอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 แล้ว และขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต.
น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากมีความกังวล จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเรียกสำนวนมาสืบสวนต่อไป ได้แก่ 1. สำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ของดีเอสไอ เกี่ยวกับการดำเนินการของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดตัวบุคคลในการรับเลือก สว. 2. ข้อมูลจากอธิบดีดีเอสไอ รองอธิบดีดีเอสไอที่ได้รับมอบหมาย 3. รายงานการสืบสวนและไต่สวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนชุดที่ 26 4. ข้อมูลจากประธานการสืบสวนและไต่สวนหรือรองประธานที่ได้รับมอบหมาย และ 5. เส้นทางการเงินค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองนั้นในกระบวนการแทรกแซงการเลือก สว.
“บางคนถึงกับบอกว่า แม้แต่อยู่บนดาวอังคารก็ยังเห็นได้ชัดเจนว่ามีกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากล ซึ่งเป็นเหตุแห่งความทุกข์ของบรรดา สว. กลุ่มอิสระ ที่เวลาไปเดินตลาดก็จะมีคนซักถามว่าเป็น สว. ฮั้ว หรือไม่ ถูกติฉินนินทาเป็นจำนวนมาก ดังนั้น สว. จำนวนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 30 ท่าน จึงได้รวบรวมกันลงลายมือชื่อ และมอบเอกสารให้กับประธานวุฒิสภาต่อไป” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม สว.อิสระ ได้ร่วมลงชื่อครบตามจำนวน 1 ใน 10 ของวุฒิสภา ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงได้นำเสนอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป โดยคำร้องดังกล่าวได้ขอให้ 1. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของการเป็น สว. 138 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 113
น.ส.นันทนา กล่าวว่า 2. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ สว. 138 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย หรืออย่างน้อยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการองค์กรอิสระ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอื่น ๆ ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า เนื่องจากผลการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้สรุปสำนวน และส่งมอบให้กับทาง กกต. แล้ว ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน เป็น สว. ที่อยู่ในตำแหน่ง 138 คน เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย รวมถึงเครือข่ายอีก 91 คน ในข้อหาขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 36 62 และ 77 รวมถึงมาตรา 113 ที่ห้าม สว. อยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ได้ส่งให้ทาง กกต. แล้วเพื่อให้พิจารณาส่งต่อศาลฎีกาแผนกการเลือกตั้งต่อไป
“แต่ กกต. อาจใช้เวลายาวนานถึง 8 เดือน ในการส่งฟ้อง ซึ่งนับจากวันนี้ 8 เดือน คือมีนาคมปีหน้า ความล่าช้าในกระบวนการย่อมส่งผลเสียต่อกระบวนการนิติบัญญัติและกระบวนการยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง กล่าวคือ ในระหว่างที่ยังไม่มีการส่งฟ้อง สว. เสียงข้างมาก ก็ยังคงให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอย่างต่อเนื่อง จากการลงมติดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอย่างกว้างขวางในเรื่องเครือข่ายที่โยงใยสัมพันธ์กับพรรคการเมืองมายังผู้ที่ถูกเลือก ซึ่งหากปล่อยให้กระบวนการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระดำเนินต่อไป จนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า สว. จะได้เลือก กกต. เพิ่มไปอีก 4 คน ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเป็นผู้วินิจฉัยตัดสินคดีที่ สว. 138 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ขณะนี้เริ่มมีการนำกลไกจริยธรรมมาใช้กับผู้เห็นต่างแบบไม่สมเหตุสมผล ด้วยเหตุผลดังกล่าว กลุ่ม สว.อิสระ จึงมีความเห็นว่าหากปล่อยให้วุฒิสภามีพฤติการณ์แบบนี้ต่อไปย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายนิติบัญญัติและเป็นการทำลายความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ จึงขอนำรายชื่อ สว. จำนวน 1 ใน 10 ของวุฒิสภา ส่งไปถึงประธานวุฒิสภาเพื่อโปรดนำส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยพลัน
“พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานวุฒิสภาจะใช้มาตรฐานเดียวกับที่ท่านได้รับคำร้องของ สว. เสียงข้างมาก ในตอนเช้าและดำเนินการส่งศาลรัฐธรรมนูญในตอนบ่ายทันที เราหวังว่าเราจะได้มาตรฐานเดียวกันเช่นเดียวกับที่ท่านได้ปฏิบัติกับ สว. เสียงข้างมาก” น.ส.นันทนา กล่าวว่า
เมื่อถามว่าหากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จริง วุฒิสภาจะเดินหน้าไปต่อได้หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า หากเป็นการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยศาล การทำหน้าที่ของ สว. ในสภาที่เหลือก็สามารถดำเนินการต่อไปได้แบบเป็นองค์ประชุม เพราะถือเป็นการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หากมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งถึงจะดำเนินการเลื่อน สว. สำรองขึ้นมา
ส่วนกรณี สว. 1 ใน 10 เกินจำนวน 20 คน ไปเยอะหรือไม่ น.ต.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า ประมาณ 30 บวกลบ และไม่น่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้มีโทรศัพท์เข้ามาทุกวันว่าอยากได้อะไรหรืออยากทำอะไรก็ทำให้ทุกอย่าง แต่สิ่งที่ยังทำไม่ได้คือการคืนความยุติธรรมให้ประชาชน
เมื่อถามอีกว่าจำนวน สว. 138 คน ถือว่าเยอะมากเห็นควรให้การเลือก สว. ครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ น.ต.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า จะเป็นโมฆะหรือไม่ ก็มีบรรจุในรัฐธรรมนูญไว้แล้วว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะก็ต่อเมื่อสมาชิกวุฒิสภาเหลือไม่ครบ 100 คน รวมถึงการเลื่อน สว. สำรองขึ้นมาแล้ว แต่ถ้ายังเกิน 100 คนอยู่ยังสามารถเดินหน้าต่อได้
เมื่อถามอีกว่าเชื่อมั่นในคำร้องและหลักฐานที่จะให้ศาลพิจารณาหรือไม่เนื่องจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ถูกเชื่อมโยงกับ สว. เสียงข้างมาก น.ต.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า การพิจารณาผ่านกระบวนการยุติธรรมเราเคารพอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ผ่านก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เราไม่ได้มีอะไรที่ขัดแย้งส่วนตัว หากเขารอดได้ก็ดี
น.ส.นันทนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อหาที่แจ้งในคำร้อง คือมาตรา 113 สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ยอมตนอยู่ภายใต้พรรคการเมือง แต่จากหลักฐานที่ กกต. และดีเอสไอ ร่วมกันตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหาชี้ชัดไปว่า สว. ที่ได้เข้ามา 138 คน นั้นมีความสัมพันธ์ และเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่ศาลจะเรียกมาจากดีเอสไอและ กกต. น่าจะชัดเจนและหนักแน่นพอที่จะดำเนินการเอาผิด กับผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้
“แต่ถ้าปล่อยให้ไปถึงมีนาคมปีหน้า บุคลากรในองค์กรอิสระจะถูกคัดเลือกจาก สว. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และประชาชนก็จะต้องกังขาในผลการวินิจฉัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อป้องกันหายนะที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปจึงร้องขอต่อศาล ให้ศาลมีคำสั่งให้ สว. เสียงข้างมากหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยชั่วคราว จนกว่าคำวินิจฉัยของศาลจะออกมา” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีปฏิบัติการคลื่นใต้น้ำ และมีปฏิบัติการโทรล็อบบี้กันถึงเช้า หากทราบว่ามีใครอยู่ในรายชื่อก็จะโทรรังควานให้ถอนชื่อออก ตอนนี้จึงกังวลใจมาก จึงได้ย้ำว่าอยากให้ ประธานวุฒิสภารับหนังสือและส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันทีและเมื่อหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้วจะสามารถเปิดเผยรายชื่อได้ นี่เป็นปฏิบัติการทำลายล้างคนที่เห็นต่าง
อย่างไรก็ตาม น.ส.นันทนา ได้ยกตัวอย่างว่า กรณีของ น.ต.วุฒิพงศ์ เกือบจะชกหน้ากัน แต่มี สว. คนอื่นมาขวางไว้ ส่วนตนเองก็โดนร้องเรียนเรื่องจริยธรรม ดังนั้นจึงต้องปกป้องรายชื่อที่ร่วมลงนามเพื่อส่งสารรัฐธรรมนูญให้ถึงที่สุด
สว.อิสระ ล่ารายชื่อครบยื่น ‘ประธานวุฒิสภา’ ส่งศาลรัฐธรมนูญ วินิจฉัยหยุดปฎิบัติหน้าที่ สว.138 คน ฐานยอมอยู่ใต้อาณัติพรรคการเมือง
ทำไม สว.อิสระ ถึงยื่นเรื่องให้วินิจฉัยหยุดปฏิบัติหน้าที่ สว.138 คน?
กลุ่ม สว.อิสระ มองว่าการปล่อยให้ สว. ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่ใต้อาณัติพรรคการเมืองปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นขององค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม พวกเขาจึงเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาวินิจฉัยและสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเพื่อรักษาความเป็นธรรม