สส.ส้มค้านยับ แผนรัฐบาลเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย นั่นคือ สส.ส้มค้านยับ แผนรัฐบาลเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ โดยนายณัฐพล โตวิจักษ์ชัยกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ สส.ก๊อป สส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อแผนการของรัฐบาลที่เสนอให้เก็บค่าธรรมเนียมการออกนอกประเทศ หรือ Exit Fee จากคนไทยทุกคนที่เดินทางไปต่างประเทศ โดยอ้างอิงคำสัมภาษณ์ของนายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่อยากนำเงินส่วนนี้มาสนับสนุนให้คนไทยหันมาเที่ยวในประเทศมากขึ้น

แผนนี้ถูกมองว่าเป็นไอเดียที่อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวภายใน แต่ สส.ส้มกลับมองว่ามันไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม และได้ให้เหตุผลมาอย่างชัดเจนถึง 3 ประการ ซึ่งเราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดเพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจมากขึ้น

สส.ส้มค้านยับ แผนรัฐบาลเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ

สส.ณัฐพล ย้ำชัดว่า การเก็บเงินจากคนไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศนั้น ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อเรามีทางเลือกอื่นที่ทำได้โดยไม่กระทบประชาชนด้วยกันเอง ลองมาดูเหตุผลทั้งสามข้อที่ สส.ส้มนำเสนอกันครับ

เหตุผลข้อแรก: รัฐบาลควรเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติแทน

แทนที่จะเก็บ ค่าเดินทางออกนอกประเทศ จากคนไทย รัฐบาลสามารถหาเงินได้จากแหล่งอื่นที่เตรียมพร้อมมานาน นั่นคือการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน หรือ Tourist Tax จากชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทย ตามข้อมูลจากการศึกษาของกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา คาดการณ์ว่าจะสามารถเก็บเงินได้ถึง 7,500-9,000 ล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในแต่ละปี

จำนวนเงินนี้ใกล้เคียงกับงบประมาณที่รัฐจัดสรรให้การท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากนำมาใช้ จะทำให้เรามีงบเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาลที่ควรมาพร้อมแผนการใช้จ่ายที่ชัดเจนและโปร่งใส หลายประเทศอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือแม้แต่บางเมืองในยุโรป ก็เก็บค่าธรรมเนียมนี้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยไม่กระทบประชาชนของตัวเองเลย

เหตุผลข้อสอง: ส่งเสริมการท่องเที่ยวในไทยด้วยวิธีที่ยั่งยืนกว่า

หากรัฐบาลอยากให้คนไทยเที่ยวในประเทศจริงๆ มีหลายอย่างที่ทำได้โดยไม่ต้องเก็บเงินจากประชาชน เช่น ปรับโครงสร้างการใช้งบประมาณท่องเที่ยวใหม่ ปัจจุบันงบกว่า 70% หมดไปกับการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และจัดอีเวนต์ต่างๆ ซึ่งเป็นแค่ ‘ผักชีโรยหน้า’ ควรลดส่วนนี้ลง แล้วนำเงินไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดเมืองรอง เช่น ถนน สะพาน สนามบินขนาดเล็ก หรือระบบขนส่งสาธารณะ

นอกจากนี้ ยังควรลดต้นทุนการท่องเที่ยว เช่น กำกับราคาตั๋วเครื่องบินในประเทศไม่ให้แพงเกินไป เพิ่มเส้นทางขนส่งสาธารณะทั้งในจังหวัดและระหว่างเมือง และแก้ปัญหาที่ขัดขวางการท่องเที่ยว เช่น

  • ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือที่ทำให้เชียงใหม่ต้องปิดเมืองหลายครั้ง
  • ภาพลักษณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
  • ปัญหาความมั่นคงบริเวณชายแดน
  • ราคาที่พักและอาหารที่สูงเกินจริงในบางพื้นที่

การแก้ปัญหาเหล่านี้จะทำให้คนไทยอยากเที่ยวในประเทศเองโดยไม่ต้องอุดหนุนด้วยเงินเก็บจากประชาชน

เหตุผลข้อสาม: แผนนี้เหมือนลงโทษคนไทยที่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกประเทศ

ไม่ใช่คนไทยทุกคนที่ออกนอกประเทศเพื่อไปเที่ยวหรอกนะครับ ยังมีกลุ่มอื่นๆ อีกมาก เช่น นักเรียน นักศึกษาที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ พี่น้องแรงงานไทยที่ไปหางานทำเพื่อส่งเงินกลับบ้าน คนทำงานที่ต้องเดินทางติดต่อธุรกิจเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ หรือคนไทยที่มีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ การเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศจากทุกคน จึงเป็นเหมือนมาตรการลงโทษมากกว่าแบ่งปันความทุกข์สุขอย่างแท้จริง

สส.ส้มชี้ว่า การคิดนโยบายแบบแคบๆ โดยเก็บเงินจากคนไทยมาเลี้ยงคนไทยเอง โดยไม่มองทางเลือกอื่นอย่างค่าเหยียบแผ่นดินนั้น ไม่สมเหตุสมผลเลย โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลมีข้อมูลและนโยบายพร้อมอยู่แล้ว

ปิดท้ายด้วยคำพูดของ สส.ส้ม ที่ว่า “ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับนโยบายการเก็บค่าออกนอกประเทศจากคนไทยครับ ป.ล. รัฐบาลนี้คิดมาแต่ละเรื่อง ไม่แผ่วเลยจริงๆ” ซึ่งสะท้อนมุมมองที่ตรงไปตรงมา

ส่วนตัวผมคิดว่าเหตุผลของ สส.ส้มนี่เข้าท่าเลยครับ มันแสดงให้เห็นว่านโยบายที่ดีต้องคำนึงถึงทุกฝ่ายและหาทางออกที่ win-win สำหรับทุกคน แทนที่จะเก็บจากประชาชนโดยตรง รัฐบาลควรเร่งผลักดันค่าเหยียบแผ่นดินให้เกิดจริงซะที คุณล่ะครับเห็นด้วยกับ สส.ส้มค้านยับ แผนรัฐบาลเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ หรือไม่? หรือมีไอเดียอื่นๆ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยบ้าง มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยนะครับ จะได้ช่วยกันคิดทางออกให้ประเทศเรา!

ที่มา – สส.ส้มค้านยับ แผนรัฐบาลเก็บค่าเดินทางออกนอกประเทศ ชี้ควรหารายได้เพิ่มจากค่าเหยียบแผ่นดิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *