สหรัฐคว่ำบาตรเครือข่ายส่งน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์เยือนปักกิ่ง
ในสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่ตึงเครียด สหรัฐคว่ำบาตรเครือข่ายส่งน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์เยือนปักกิ่ง กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง กระทรวงการคลังสหรัฐได้ออกแถลงการณ์สำคัญเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม โดยประกาศคว่ำบาตรบุคคลสำคัญ 3 คน ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัทชาฮิด ปูร์จาฟารี สังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีนิติบุคคลอีก 9 แห่งที่ถูกขึ้นบัญชีดำ แบ่งเป็นบริษัทในฮ่องกง 4 แห่ง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) 4 แห่ง และโอมาน 1 แห่ง
สหรัฐคว่ำบาตรเครือข่ายส่งน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์เยือนปักกิ่ง
มาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายบริษัทบังหน้าที่ช่วยอิหร่านในการขนส่งน้ำมันไปยังจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของอิหร่าน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความกดดันจากมาตรการก่อนหน้านี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมของจีน 3 แห่ง ได้แก่ มิซาร์วิชัน, ดิ เอิร์ธ อาย และฉางกวง ฐานที่รวบรวมข้อมูลความเคลื่อนไหวของกองทัพสหรัฐและพันธมิตรในตะวันออกกลาง แล้วส่งต่อให้อิหร่าน
ผลกระทบต่อจีนและการตอบโต้จากปักกิ่ง
ฝั่งจีนไม่ยอมอยู่นิ่ง นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทยจีน ยืนยันว่าจะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทจีนอย่างเด็ดขาด การวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สหรัฐกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อจีนในประเด็นอิหร่าน เพื่อสร้างอิทธิพลก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-15 พฤษภาคม การเยือนครั้งนี้คาดว่าจะมีการหารือเรื่องการค้าและความมั่นคง ซึ่งประเด็นน้ำมันอิหร่านอาจเป็นจุดถกเถียงหลัก
ทำไมสหรัฐถึงต้องคว่ำบาตรเครือข่ายนี้? เพราะน้ำมันจากอิหร่านเป็นแหล่งรายได้หลักที่ช่วยสนับสนุนโครงการนิวเคลียร์และกิจกรรมของ IRGC ซึ่งสหรัฐมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงโลก การขนส่งผ่านบริษัทบังหน้าในฮ่องกง UAE และโอมาน ทำให้ยากต่อการติดตาม แต่หน่วยข่าวกรองสหรัฐสามารถเจาะเครือข่ายนี้ได้สำเร็จ
- บุคคลที่ถูกคว่ำบาตร: พนักงานบริษัทชาฮิด ปูร์จาฟารี 3 คน
- บริษัทในฮ่องกง: 4 แห่ง
- บริษัทใน UAE: 4 แห่ง
- บริษัทในโอมาน: 1 แห่ง
นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรยังขยายไปถึงบริษัทภาพถ่ายดาวเทียมจีนที่ช่วยอิหร่านสอดแนมฐานทัพสหรัฐ สิ่งนี้สะท้อนนโยบาย ‘กดดันสูงสุด’ ของทรัมป์ต่ออิหร่าน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2018 หลังถอนตัวจาก JCPOA (ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน)
วิเคราะห์สถานการณ์: สหรัฐ-จีน-อิหร่าน ในสมดุลอำนาจใหม่
การที่ สหรัฐคว่ำบาตรเครือข่ายส่งน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์เยือนปักกิ่ง แสดงถึงเกมการเมืองที่ซับซ้อน จีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ที่สุด แม้จะถูกสหรัฐกดดัน แต่ปักกิ่งก็ยังคงซื้อน้ำมันต่อไปเพราะราคาถูกและช่วยกระจายความเสี่ยงพลังงาน ทรัมป์อาจใช้การเยือนครั้งนี้เป็นเวทีต่อรอง หากจีนลดการนำเข้าน้ำมันอิหร่าน สหรัฐอาจผ่อนคลายภาษีนำเข้าสินค้าจีน
ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐศาสตร์การเมืองมองว่า มาตรการนี้จะกระทบรายได้อิหร่านราว 1 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน และอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน แต่จีนมีทางเลือกอื่น เช่น น้ำมันจากรัสเซียหรือเวียดนาม ในระยะยาว สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การแบ่งขั้วโลกใหม่ สหรัฐนำตะวันตก จีนนำเอเชีย
สำหรับนักลงทุน ควรจับตาการเยือนของทรัมป์ เพราะอาจมีข้อตกลงใหญ่ที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นและน้ำมัน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศแบบนี้ ติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแสดงความคิดเห็นด้านล่างว่าคุณมองอนาคตความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนอย่างไร
ที่มา – สหรัฐคว่ำบาตรเครือข่ายส่งน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์เยือนปักกิ่ง