สหรัฐจำกัดสิทธิยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีรัสเซีย
สถานการณ์ในยุโรปตะวันออกยังคงเกิดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีรายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้จำกัดสิทธิของยูเครน ในการนำระบบขีปนาวุธโจมตีพิสัยไกล “อะแทคซิมส์” (ATACMS) มาโจมตีเป้าหมายในแดนรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบริหารความขัดแย้งในพื้นที่
สหรัฐจำกัดสิทธิยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีรัสเซีย
จากข้อมูลที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้มีการจำกัดขอบเขตการใช้ระบบขีปนาวุธทางยุทธวิธีระยะไกลที่ยูเครนได้รับมอบ เพื่อไม่ให้นำไปโจมตีในดินแดนของรัสเซียโดยตรง โดยระบบนี้คือ ATACMS (Army Tactical Missile System) ที่มีพิสัยโจมตีได้ถึง 300 กิโลเมตร ระยะที่มากเพียงพอที่จะเข้าถึงเป้าหมายสำคัญของรัสเซียได้
การส่งมอบระบบ ATACMS ให้กับยูเครนในช่วงสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียนั้น เคยถือว่าเป็นการกระตุ้นกำลังใจอย่างหนึ่งจากฝ่ายตะวันตก อย่างไรก็ตาม การจำกัดสิทธิการใช้งานในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของสหรัฐในการป้องกันไม่ให้เกิดการขยายสงครามสู่ดินแดนรัสเซียโดยตรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ผลพวงจากการควบคุมพิสัยโจมตี
ข้อมูลยังระบุว่า ระบบ ATACMS ที่ยูเครนได้รับนั้น เป็นรุ่นพัฒนาใหม่ที่มีระยะยิงที่มากกว่ารุ่นเดิมซึ่งมีพิสัยแค่ 165 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม การควบคุมการใช้ระบบให้ยิงได้เพียงแค่ในพื้นที่สงครามเท่านั้น นับเป็นการส่งสัญญาณว่า อเมริกาต้องการควบคุมความรุนแรงของสถานการณ์ และไม่ต้องการให้ศึกสงครามลุกลามไปสู่ระดับที่อาจกระทบเยือกโลก
ไม่มีฝ่ายใดได้ออกมาให้คำแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อจำกัดนี้ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดจากแหล่งข่าวในกรุงวอชิงตันทำให้เกิดแรงกดดันใหม่เกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ
ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ทำนายไว้ว่า จะมีการตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับการเจรจาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนภายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า โดยเสนอแนวทางให้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศมานั่งเจรจากันโดยตรง เพราะเห็นว่าความขัดแย้งในตอนนี้แทบไม่มีความคืบหน้า
- สหรัฐต้องการรักษาระดับของการสนับสนุนไว้ในขอบเขตที่ปลอดภัย
- ขีปนาวุธ ATACMS ถูกจำกัดการใช้เพื่อป้องกันไม่ให้สงครามลุกลาม
- ทรัมป์มีแผนนำเสนอกลไกการเจรจาที่สามารถจบสงครามได้
นอกจากนี้ ทรัมป์ระบุว่า หากการเจรจาไม่สำเร็จ อาจมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรหรือเพิ่มภาษีต่อรัสเซีย ก่อนจะขู่เตือนว่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้” หากทุกฝ่ายยังยืนกรานตามแนวเดิม และหากเป็นเช่นนั้น สหรัฐอาจถอนตัวด้วยการบอกว่า “การสู้รบครั้งนี้เป็นเรื่องของคุณสองคนแล้ว”
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นับเป็นเครื่องชี้ว่า แม้ประเทศต่างๆ จะพยายามสนับสนุนยูเครน แต่ยังระวังไม่ให้เกิดความเสียหายโดยตรงต่อรัสเซียมากเกินไป ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ แนวทางการจำกัดสิทธิ สหรัฐจำกัดสิทธิยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีรัสเซีย จึงถือเป็นการควบคุมความเสี่ยงในระดับนานาชาติในระยะสั้น
สรุป การจำกัดสิทธิในครั้งนี้ถือว่าเป็นการวางตัวของโลกในสงครามครั้งใหญ่ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด หากผู้นำรัสเซียและยูเครนสามารถมานั่งเจรจากันได้จริง ก็เป็นความหวังว่าความขัดแย้งจะค่อยๆคลี่คลายลง
ที่มา – สหรัฐจำกัดสิทธิยูเครน ในการใช้ระบบขีปนาวุธโจมตีพิสัยไกลกับรัสเซีย