สหรัฐเผยผลถก “ทรัมป์-สี” ดันจีนเปิดตลาด

สหรัฐเผยผลถก “ทรัมป์-สี” ดันจีนเปิดตลาด เพิ่มซื้อสินค้าเกษตร จับตาไร้เอ่ย “ไต้หวัน” เป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนกำลังอยู่ในจุดตึงเครียดจากสงครามการค้า การประชุมครั้งนี้ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ถือเป็นก้าวสำคัญในการคลายปมปัญหาเศรษฐกิจ

สหรัฐเผยผลถก “ทรัมป์-สี” ดันจีนเปิดตลาด เพิ่มซื้อสินค้าเกษตร จับตาไร้เอ่ย “ไต้หวัน”

จากรายงานของแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตัน การหารือมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยทรัมป์ผลักดันให้จีนเปิดตลาดให้ภาคธุรกิจสหรัฐเข้าถึงได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มยอดสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐ เช่น ถั่วเหลือง เนื้อสัตว์ และธัญพืช เพื่อลดดุลการค้าที่สหรัฐขาดดุลมหาศาล นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงการเพิ่มการลงทุนจากจีนในสหรัฐ และความคืบหน้าในการปราบปรามสารตั้งต้นเฟนทานิลที่ไหลเข้าสหรัฐจากจีน ซึ่งเป็นปัญหายาเสพติดที่รุนแรง

สหรัฐเผยผลถก “ทรัมป์-สี” เน้นประเด็นเศรษฐกิจเป็นหลัก

ในส่วนของเศรษฐกิจ สหรัฐต้องการแก้ปัญหาดุลการค้าที่จีนได้เปรียบ โดยสินค้าเกษตรเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากเกษตรกรอเมริกันได้รับผลกระทบหนักจากภาษีตอบโต้ จีนตกลงพิจารณาเพิ่มการนำเข้าสินค้าเหล่านี้ ซึ่งอาจช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจชนบทในสหรัฐ นอกจากนี้ การเปิดตลาดจีนยังครอบคลุมภาคบริการ การเงิน และเทคโนโลยี ทำให้บริษัทอเมริกันอย่าง Apple หรือ Boeing ได้ประโยชน์

  • เพิ่มการซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐเพื่อลดดุลการค้า
  • เปิดตลาดจีนให้ธุรกิจสหรัฐเข้าถึงมากขึ้น
  • ปราบปรามการส่งออกสารตั้งต้นเฟนทานิล
  • เพิ่มการลงทุนข้ามชาติระหว่างสองประเทศ

ประเด็นเหล่านี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของทรัมป์ที่ใช้การเจรจาแบบตัวต่อตัวเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยหลีกเลี่ยงการยกระดับภาษีเพิ่มเติม

มุมมองต่อวิกฤติอิหร่านและประเด็นอื่นๆ

นอกจากเศรษฐกิจ ทั้งสองผู้นำเห็นพ้องกันในประเด็นอิหร่าน โดยยืนยันว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดกว้างสำหรับการเดินเรือเสรี ซึ่งเป็นจุดยืนร่วมกันท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การหารือครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจด้านความมั่นคง แม้จะไม่ใช่หัวข้อหลัก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในบันทึกสรุปของสหรัฐ ไม่มีการเอ่ยถึงไต้หวันเลย ซึ่งเป็นประเด็น敏感สำหรับจีน ขณะที่สื่อจีนรายงานว่าสีจิ้นผิงย้ำเตือนทรัมป์ให้สหรัฐจัดการเรื่องนี้ให้ดี สหรัฐเผยผลถก “ทรัมป์-สี” ดันจีนเปิดตลาด เพิ่มซื้อสินค้าเกษตร จับตาไร้เอ่ย “ไต้หวัน” จึงกลายเป็นจุดที่นักวิเคราะห์จับตา อาจบ่งชี้ว่าสหรัฐเลือกหลีกเลี่ยงประเด็นการเมืองเพื่อโฟกัสเศรษฐกิจ

背景ของการประชุมนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามการค้าที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2018 สหรัฐตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ จีนตอบโต้ด้วยภาษีสินค้าเกษตรสหรัฐ ส่งผลให้ราคาถั่วเหลืองตกต่ำ เกษตรกรในรัฐไอโอวาและอิลลินอยส์เดือดร้อนหนัก การผลักดันเพิ่มซื้อสินค้าเกษตรจึงเป็นชัยชนะเบื้องต้นสำหรับทรัมป์ที่กำลังหาเสียงเลือกตั้ง

สำหรับเฟนทานิล ปัญหานี้คร่าชีวิตชาวอเมริกันกว่า 30,000 คนต่อปี จีนเป็นแหล่งผลิตสารตั้งต้นหลัก การร่วมมือครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดการไหลเข้าผ่านทางเม็กซิโก

ในมุมมองของผู้เขียน สหรัฐเผยผลถก “ทรัมป์-สี” ดันจีนเปิดตลาดนี้เป็นสัญญาณบวก แต่การไร้การเอ่ยไต้หวันอาจเป็นการยอมถอยชั่วคราวเพื่อผลประโยชน์ระยะสั้น นักลงทุนควรจับตาการเจรจาต่อเนื่อง เพราะอาจนำไปสู่ข้อตกลงการค้าที่ยั่งยืน ลดความเสี่ยงให้ตลาดโลก

คุณคิดอย่างไรกับผลการหารือครั้งนี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารเศรษฐกิจโลกต่อไป!

ที่มา – สหรัฐเผยผลถก “ทรัมป์-สี” ดันจีนเปิดตลาด เพิ่มซื้อสินค้าเกษตร จับตาไร้เอ่ย “ไต้หวัน”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *