‘สำนักพุทธฯ’ ยืนยัน ‘วัดปากคลอง’ ไม่รับพระป่าชนะใจเข้าสังกัด
ในวงการพระพุทธศาสนาไทยกำลังมีประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ ‘สำนักพุทธฯ’ ยืนยัน ‘วัดปากคลอง’ ไม่รับพระจากสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ เข้าสังกัด เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจออกแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงหลายประการ รวมถึงกรณีที่วัดต้นสังกัดเรียกตัวพระภิกษุให้กลับภายใน 7 วัน ซึ่งกลายเป็นจุดถกเถียงในสังคมพุทธศาสนิกชน
‘สำนักพุทธฯ’ ยืนยัน ‘วัดปากคลอง’ ไม่รับพระจากสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ เข้าสังกัด
นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าพระก้องเกียรติ ฐานุตฺตโร หรือที่รู้จักในนามครูบาโจ้ ได้แจ้งว่าตนเองไม่ใช่พระเถื่อนตามข้อกล่าวหา และยินดีที่จะเดินทางกลับไปรายงานตัวที่ต้นสังกัดเดิม พระภิกษุทั้ง 6 รูปนี้สังกัดเดิมอยู่ที่วัดป่าสนามชัย จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีหนังสือสุทธิครบถ้วนทุกท่าน และได้ดำเนินการแจ้งย้ายเพื่อเข้าสังกัดวัดปากคลอง ตำบلمวกเหล็ก อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
เอกสารการย้ายดังกล่าวได้รับการลงนามรับรองจากเจ้าอาวาสทั้งสองวัดคือ เจ้าอาวาสวัดป่าสนามชัยและเจ้าอาวาสวัดปากคลอง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 (คาดว่าพิมพ์ผิดจาก 2568 ในบางแหล่งข่าว) อย่างไรก็ตาม เมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรี (พศจ.สระบุรี) ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับพระครูศรีปัญญาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดปากคลองนิกายธรรมยุต พบว่าการลงนามในหนังสือสุทธิดังกล่าวเป็นความจริง แต่ยังขาดการลงนามและประทับตราประจำตำแหน่งจากพระครูสุเมธาวราภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองสระบุรี (ธรรมยุต) ซึ่งมีอำนาจปกครองในเขตอำเภอมวกเหล็ก
สาเหตุที่วัดปากคลองยังไม่รับเข้าสังกัด
เหตุผลหลักมาจากพฤติกรรมของพระภิกษุเหล่านี้ที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสมตามวินัยสงฆ์ ทำให้การรับเข้าสังกัดยังไม่สมบูรณ์แบบตามระเบียบของมหาเถรสมาคม การรับพระเข้าสังกัดต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้องครบถ้วน เพื่อรักษาความบริสุทธิ์และระเบียบวินัยของคณะสงฆ์ไทย นี่คือประเด็นสำคัญที่ ‘สำนักพุทธฯ’ ยืนยัน ‘วัดปากคลอง’ ไม่รับพระจากสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ เข้าสังกัด
- หนังสือสุทธิครบถ้วน: พระ 6 รูปมีเอกสารถูกต้องจากวัดเดิม
- ลงนามเจ้าอาวาส: ทั้งสองวัดลงนามรับรองแล้ว
- ขาดการรับรองเจ้าคณะอำเภอ: เนื่องจากพฤติกรรมไม่เหมาะสม
- สถานะปัจจุบัน: ยังไม่ได้รับเข้าสังกัดอย่างเป็นทางการ
สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมสมัยใหม่ แต่ประเด็นเรื่องการสังกัดวัดที่ชัดเจนกลายเป็นจุดวิกฤต ครูบาโจ้ซึ่งเป็นพระรูปนำ ได้ออกมาชี้แจงว่าพร้อมปฏิบัติตามระเบียบ แต่ฝั่งสำนักพุทธฯ ยืนยันตามข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบ
ความสำคัญของระเบียบการย้ายพระภิกษุ
ในพระพุทธศาสนาไทย การย้ายสังกัดพระภิกษุต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดให้ต้องมีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาสต้นทาง เจ้าอาวาสปลายทาง และเจ้าคณะระดับอำเภอหรือจังหวัด หากขาดขั้นตอนใด ขั้นตอนนั้นจะถือว่าไม่สมบูรณ์ เรื่องนี้ไม่เพียงส่งผลต่อพระรูปที่เกี่ยวข้อง แต่ยังกระทบภาพลักษณ์ของสถานปฏิบัติธรรมและวัดที่เกี่ยวข้องด้วย
จากเหตุการณ์นี้ เราจะเห็นได้ว่าสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายข่าวลือที่อาจสร้างความแตกแยกในหมู่สงฆ์และฆราวาส นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สถานปฏิบัติธรรมต่างๆ ยึดถือระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด
ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับกรณีพระเถื่อนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลัง โดยพศ.ได้เร่งตรวจสอบสถานปฏิบัติธรรมทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกพระรูปมีที่มาที่ไปชัดเจน หากคุณเป็นพระพุทธศาสนิกชนที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารจากพศ.อย่างใกล้ชิด
ในมุมมองของผู้เขียน เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบังคับใช้กฎระเบียบที่โปร่งใส สุดท้ายแล้ว ‘สำนักพุทธฯ’ ยืนยัน ‘วัดปากคลอง’ ไม่รับพระจากสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ เข้าสังกัด เพื่อรักษาวินัยสงฆ์ให้มั่นคง คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจายสู่สาธารณะ
ที่มา – ‘สำนักพุทธฯ’ ยืนยัน ‘วัดปากคลอง’ ไม่รับพระจากสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ เข้าสังกัด