‘สำนักพุทธฯ’ สั่งตรวจสอบวัด-ที่พักสงฆ์ ในที่ดินรัฐ
ข่าวใหญ่ในวงการพระพุทธศาสนาไทย เมื่อ ‘สำนักพุทธฯ’ สั่งตรวจสอบวัด-ที่พักสงฆ์ ตั้งใน ‘ที่ดินของรัฐ’ ทั่วประเทศ หลังจากมีกรณีสถานปฏิบัติธรรมบุกรุกที่ดินปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งเป็นสมบัติของรัฐ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย แถมยังมีการระดมทุนสร้างกุฏิสงฆ์และที่พักแม่ชี สร้างความกังวลให้กับสังคมและกระทบภาพลักษณ์พระพุทธศาสนาโดยตรง
‘สำนักพุทธฯ’ สั่งตรวจสอบวัด-ที่พักสงฆ์ ตั้งใน ‘ที่ดินของรัฐ’ ทั่วประเทศ
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ออกหนังสือสั่งการไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบวัดและที่พักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ดินของรัฐทันที คำสั่งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวที่สถานปฏิบัติธรรมบางแห่งบุกรุกพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน โดยเชิญชวนประชาชนบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งอาจผิดกฎหมายหลายประการ เช่น พระราชบัญญัติที่ดินของรัฐ พ.ศ. 2534 หรือระเบียบการใช้ที่ดินของหน่วยงานรัฐ
สาเหตุหลักของคำสั่งตรวจสอบ
จากรายงานสื่อมวลชน พบว่ามีวัดหรือที่พักสงฆ์บางแห่งขยายพื้นที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต หรือตั้งขึ้นโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของที่ดินอย่างถูกต้อง ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทกับหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานปฏิรูปที่ดิน (สปก.) และกระทบต่อสิทธิเกษตรกรที่ควรได้รับที่ดินทำกิน นอกจากนี้ ยังอาจเกี่ยวข้องกับการประกอบศาสนกิจที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบของ พศ. ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการวัดวาอาราม
ขั้นตอนการตรวจสอบที่ พศ. กำหนดชัดเจน
คำสั่งจาก พศ. มีรายละเอียด 3 ข้อหลักที่จังหวัดต้องปฏิบัติ ดังนี้
- ข้อ 1: สำรวจและตรวจสอบวัดและที่พักสงฆ์ทั้งหมดในจังหวัดที่ตั้งอยู่ในที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สปก. ที่ดินกรมธนารักษ์ หรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่
- ข้อ 2: ตรวจสอบความถูกต้องของวัดและที่พักสงฆ์ในข้อ 1 ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ ในเรื่องการขอใช้ที่ดิน การจัดตั้งวัด การประกอบศาสนกิจ รวมถึงการขยายพื้นที่เกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ โดยต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ละเอียด
- ข้อ 3: หากพบวัดหรือที่พักสงฆ์ที่มีปัญหา จังหวัดต้องรายงานผลการตรวจสอบและมาตรการที่ดำเนินการไปยัง พศ. โดยด่วน พร้อมแนบเอกสารการอนุญาต ขอใช้ที่ดิน พิกัด GPS และหลักฐานอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ทั้งนี้ หากพบการขยายพื้นที่เกินอนุญาต หรือการบุกรุกใหม่ จังหวัดต้องรายงานพร้อมตำแหน่งที่แน่นอน เพื่อให้ พศ. สามารถประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมที่ดิน หรือตำรวจ ป้องกันปัญหาลุกลาม
ความสำคัญของการตรวจสอบวัดในที่ดินรัฐ
การดำเนินการครั้งนี้ไม่เพียงช่วยรักษาที่ดินของรัฐให้เป็นประโยชน์สาธารณะ แต่ยังปกป้องพระพุทธศาสนาจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องทุจริตหรือการใช้อำนาจไม่ชอบธรรม ในอดีตเคยมีกรณีวัดดังบุกรุกป่าหรือที่สาธารณะ สร้างความเสียหายมหาศาลทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม การตรวจสอบทั่วประเทศจึงเป็นมาตรการเชิงป้องกันที่ทันเวลา โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียทำให้ข่าวแพร่กระจายเร็ว
นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับพุทธศาสนิกชนที่บริจาคเงินสร้างวัด โดยมั่นใจว่าเงินจะถูกใช้อย่างถูกกฎหมายและโปร่งใส พศ. ยังกำหนดให้รายงานผลด่วนภายในเวลาอันสั้น เพื่อไม่ให้ปัญหาค้างคา
จากประสบการณ์ในอดีต การตรวจสอบเช่นนี้เคยนำไปสู่การแก้ไขปัญหาหลายแห่ง เช่น การย้ายสถานที่หรือคืนที่ดินให้รัฐ ซึ่งช่วยลดข้อพิพาทและเสริมภาพลักษณ์วัดให้ดีขึ้น ผู้สนใจสามารถติดตามผลการตรวจสอบจากแต่ละจังหวัดได้ทางเว็บไซต์ พศ. หรือสื่อข่าว
ในมุมมองของผู้เขียน การสั่งตรวจสอบนี้เป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐต่อพระพุทธศาสนาและทรัพย์สินสาธารณะ หากทุกฝ่ายร่วมมือ จะช่วยให้วัดไทยยั่งยืนและปราศจากข้อครหา ชวนให้พุทธศาสนิกชนทุกท่านติดตามและสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อพระพุทธศาสนาคงอยู่ชูชาตรี
ที่มา – ‘สำนักพุทธฯ’ สั่งตรวจสอบวัด-ที่พักสงฆ์ ตั้งใน ‘ที่ดินของรัฐ’ ทั่วประเทศ