สุชาติสั่งตรวจงาช้างแอฟริกากว่า 400 ท่อน
กรณี ตรวจงาช้างแอฟริกากว่า 400 ท่อน ที่ถูกยึดจากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะไม่ได้พบเพียงงาช้างและเศษงาช้างจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังพบซากสัตว์ป่าต้องสงสัยปะปนอยู่ในของกลางด้วย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ และทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 70 นายเข้าตรวจสอบของกลาง พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือยืนยันชนิดพันธุ์ของงาช้างและซากสัตว์ รวมถึงรวบรวมหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังผู้สั่งการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง
ตรวจงาช้างแอฟริกากว่า 400 ท่อน
การปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มจากการตรวจวัดขนาด ถ่ายภาพ จัดทำบัญชี และบันทึกรายละเอียดของงาช้างของกลางทุกชิ้น เจ้าหน้าที่สุ่มเก็บตัวอย่างงาช้างมากกว่า 400 ท่อน รวมถึงเศษงาช้าง เพื่อส่งไปตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม หรือ DNA ผลตรวจจะช่วยระบุได้ว่างาช้างดังกล่าวมาจากช้างแอฟริกาชนิดใด และอาจช่วยเชื่อมโยงเส้นทางการลักลอบขนส่งได้
นอกจากงาช้างแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบซากสัตว์ต้องสงสัย ซึ่งจากลักษณะทางกายภาพเบื้องต้นอาจเป็นซากเสือหรือสิงโต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อสรุป เพราะต้องรอผลตรวจจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันชนิดพันธุ์อย่างเป็นทางการ การใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากช่วยลดความคลาดเคลื่อนและทำให้การดำเนินคดีมีน้ำหนักมากขึ้น
ผล DNA ช่วยเปิดเส้นทางค้าสัตว์ป่า
ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กองอนุรักษ์สัตว์ป่า คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1–2 เดือนในการตรวจ DNA ระยะเวลานี้อาจดูนานสำหรับคนทั่วไป แต่การตรวจตัวอย่างจำนวนมากจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนที่รอบคอบ ตั้งแต่การคัดแยก การเก็บรักษา การสกัดสารพันธุกรรม ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ผลตรวจ DNA ไม่ได้มีประโยชน์แค่การบอกว่าสิ่งของกลางเป็นงาช้างจากแหล่งใดเท่านั้น แต่ยังอาจใช้ประกอบการสืบสวนเส้นทางต้นทาง ปลายทาง และผู้เกี่ยวข้องในขบวนการได้ หากพบรูปแบบทางพันธุกรรมที่สอดคล้องกับคดีอื่น เจ้าหน้าที่อาจนำข้อมูลไปเปรียบเทียบเพื่อค้นหาความเชื่อมโยงของเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ
- ตรวจสอบชนิดพันธุ์ของงาช้างและซากสัตว์อย่างเป็นระบบ
- บันทึกขนาด ลักษณะ และจำนวนของกลางเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
- เก็บตัวอย่าง DNA เพื่อยืนยันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
- ประสานหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศเพื่อติดตามเส้นทางการลักลอบ
- ขยายผลไปยังผู้สั่งการและเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง
ไทยเร่งประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมศุลกากร และสำนักงานสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม หรือ UNODC การทำงานร่วมกันหลายหน่วยงานช่วยให้การตรวจสอบครอบคลุมทั้งด้านการอนุรักษ์ การบังคับใช้กฎหมาย และการติดตามอาชญากรรมข้ามชาติ
เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลคดีลักลอบค้าสัตว์ป่าในประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ซึ่งมีรูปแบบคล้ายคลึงกับกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย จึงเร่งติดต่อหน่วยงานภายใต้อนุสัญญา CITES ของทั้งสองประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและตรวจสอบว่าของกลางจากท่าเรือแหลมฉบังมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการค้าสัตว์ป่าในภูมิภาคหรือไม่
ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านหรือศูนย์กลางของขบวนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย เพราะการจับกุมเฉพาะผู้ขนส่งอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถติดตามไปถึงผู้จัดหา ผู้สั่งซื้อ นายทุน และผู้ประสานงานในต่างประเทศได้ การแลกเปลี่ยนข่าวกรองจึงช่วยให้เจ้าหน้าที่มองเห็นภาพรวมของเครือข่ายได้ชัดเจนขึ้น
ตรวจงาช้างแอฟริกากว่า 400 ท่อนเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง
สำหรับคดีนี้ ผลตรวจ DNA และข้อมูลจากเครือข่าย CITES จะเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนขยายผล หากพบหลักฐานเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และองค์การตำรวจสากล หรือ INTERPOL เข้ามาร่วมดำเนินการ เพื่อให้การติดตามผู้กระทำผิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การ ตรวจงาช้างแอฟริกากว่า 400 ท่อน ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการตรวจนับของกลาง แต่เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการพิสูจน์ชนิดพันธุ์ การคุ้มครองสัตว์ป่า การป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ และการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ ทุกขั้นตอนต้องทำอย่างรัดกุม เพราะข้อมูลที่ได้อาจนำไปสู่การรื้อเครือข่ายขนาดใหญ่
ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ควรเป็นแรงผลักดันให้ไทยพัฒนาระบบตรวจสอบสินค้าผ่านท่าเรือให้เข้มข้นขึ้น ทั้งการใช้เทคโนโลยีสแกนสินค้า ฐานข้อมูล DNA และการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์กับประเทศเพื่อนบ้าน การปราบปรามจะได้ผลอย่างยั่งยืนเมื่อสามารถตัดวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับอย่างจริงจัง
ประชาชนที่พบเบาะแสเกี่ยวกับการครอบครองหรือขนส่งสัตว์ป่าผิดกฎหมายควรแจ้งหน่วยงานรัฐทันที เพราะข้อมูลเล็ก ๆ อาจช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยปกป้องช้าง เสือ สิงโต และสัตว์ป่าชนิดอื่นไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการค้าผิดกฎหมาย
ที่มา – ‘สุชาติ’สั่งลุยตรวจงาช้างแอฟริกากว่า 400 ท่อน ยึดจากท่าเรือแหลมฉบัง อึ้งเจอซากเสือ-สิงโตปนมาด้วย