สุดาวรรณ เผยความขอบคุณจุฬาฯ – มทร.อีสาน ที่สนับสนุนครอบครัวผู้เสียสละชายแดนไทย–กัมพูชา
สุดาวรรณ ชมเชยจุฬาฯ – มทร.อีสาน สร้างพลังใจผ่านการศึกษา
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ศาสตราจารย์ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้แสดงความชื่นชมต่อสองสถาบันอุดมศึกษาระดับแนวหน้าอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน หรือ มทร.อีสาน ที่ได้ริเริ่มมาตรการช่วยเหลือครอบครัวของทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และประชาชนที่เสียสละชีวิตหรือบาดเจ็บเพื่อปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย–กัมพูชา
จุฬาฯ มอบทุนการศึกษาทั่วถึงให้ครอบครัวผู้เสียสละ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นหนึ่งในสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทสำคัญ ในการ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ครอบครัวของผู้ที่ปกป้องอธิปไตยชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะบุตรและคู่สมรสของผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อชาติ ซึ่งจะได้รับการยกเว้นค่าใช้จ่ายการศึกษาจนจบหลักสูตร นับเป็นการช่วยเหลือที่ไม่เพียงแต่แบ่งเบาภาระทางการเงิน แต่ยังถือว่าเป็นการส่งต่อความหวังและโอกาสให้แก่ครอบครัวที่สูญเสีย
มทร.อีสานแข็งขัน เดินหน้าช่วยครอบครัวทหารและพัฒนากำลังพล
ทางด้านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ริเริ่มการสนับสนุนสองทาง ไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นค่าใช้จ่ายการศึกษาให้กับครอบครัวทหารที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่กำลังพลผ่านโครงการ “1 กองบัญชาการ 1 สถานศึกษา” โดยทางมหาวิทยาลัยได้จัดการเรียนการสอนทั้งในพื้นที่นครราชสีมาและทุกวิทยาเขต เพื่อให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่สามารถพัฒนาทักษะทางวิชาการควบคู่ไปกับการปกป้องประเทศได้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ประทานคำขอบคุณอย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าความร่วมมือนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการแสดงถึงบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการช่วยเหลือสังคมอย่างรวดเร็วและจริงใจ โดยมุ่งเน้นคุณค่าของการศึกษาบนพื้นฐานการเสียสละ พร้อมประกาศขยายผลต่อเนื่องกับทั้งหมดมหาวิทยาลัยในสังกัดให้กลายเป็นยุทธศาสตร์ถาวร
กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนการต่อยอดความมุ่งมั่น
“ขอชื่นชมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ที่ริเริ่มแนวทางแบบนี้ในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการพลังใจจากทุกภาคส่วน
ตอนนี้ กระทรวง อว. ได้เริ่มหารือกับสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ เพื่อพัฒนารูปแบบความช่วยเหลือระยะยาว โดยเน้นสองแนวทางหลักคือการ สร้างโอกาสการศึกษาให้ครอบครัวผู้เสียสละชายแดนไทย–กัมพูชา และส่งเสริมให้กำลังพลได้เรียนรู้ควบคู่ไปกับการปฎิบัติภารกิจสำคัญของประเทศ
ด้วยลักษณะของนโยบายนี้ เชื่อว่าจะมีผลกระทบเชิงบวกต่อการวางรากฐานสังคม อย่างยั่งยืน และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ทุกครอบครัวที่เคยรับใช้ประเทศ ให้ได้เห็นโอกาสของการก้าวต่อไปได้อย่างภาคภูมิใจ
นอกจากนี้ ยังถือเป็นแนวทางที่น่าจะประยุกต์ไปยังภารกิจอื่นๆ ทั้งทหารในทะเลหรือพื้นที่ชายแดนอื่นๆ เพื่อให้คนที่รับใช้ชาติในพื้นที่เสี่ยงสามารถวางใจในอนาคตครอบครัว และยังมีศักยภาพในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม